[OS]I need a girl like GD

posted on 14 Oct 2010 23:53 by lamild

[SF]I need a girl like GD

Author : tempgee

Couple : T.O.P X G-Dragon

Rate : ?

---------------------------------------------

 

.

.

.

.

.

.

.

T.O.P’s Part

วันนี้ไอ้ยองเบมันเอาเพลงใหม่ของศิลปินคนโปรดของมันมาให้ผมลองฟัง เห็นว่าชื่อแทยงแทยังอะไรเนี่ยล่ะ เท่าที่จำได้นะไอ้นักร้องคนนี้กับไอ้ยองเบมันคล้ายกันเลยคุณว่ามะ ทั้งท่าทางขี้เก๊กกับหุ่นเตี้ยล่ำนั่นอีกล่ะ เอาเหอะ ไม่อยากจะเถียงว่ามันหล่อแถมเสียงก็ยังดีอีก ผมนั่งพลิกซีดีแผ่นเดิมไปๆมาๆเพื่อฆ่าเวลาเล่นไปพลางๆ คอก็คอยชะเง้อหาคนตัวเล็กที่จะเดินออกมาจากห้องเรียนซะที วันนี้เราจะทำอะไรกันดีน้า อิอิ กลับบ้านไปทำกับข้าวกินกันสองคน แล้วพออิ่มผมก็กินคนตัวเล็กเป็นของหวานซะเลย เจ๋งชะมัด แต่...ไม่ดีกว่า ต้องมานั่งดูหนังสร้างบรรยากาศโรแมนติกก่อน หลังจากนั้นก็...อะคึอะคึ แค่คิดก็เขิลแล้ววววววววว แต่สงสัยจะคิดเพลินไปหน่อยจนได้ยินเสียงคนน่ารักของผมแหลมแสบแก้วหูมาแต่ไกล

“ ไออ้วนนนนนนนนนนน “ น่ะ พูดถึงก็ใช่เลย เดินหน้าบูดมาแต่ไกลเชียว

“ เรียกตั้งนานทำไมไม่ได้ยินห๊ะ อ๋อ นี่มัวแต่นั่งหลีสาวอยู่ใช่มั้ย อย่าให้ชั้นจับได้นะไม่งั้นนายตายแน่ เชวซึงฮยอน “ ดูสิครับ ขู่ฟ่อๆยังกะแมว แฟนใครเนี่ย น่าร๊ากกกกกกกก

“ ประสาทกลับรึไง โดนด่าแล้วยิ้มอยู่ได้ “ แหนะ ปากน่าจูบจริงๆให้ตาย

“ ................................... “

“ เชวซึงฮยอน ถ้ายังไม่เลิกยิ้มชั้นจะไม่พูดด้วยแล้วนะ “ งอนซะแล้วสิแฟนผม

“ โอ๋ๆ จียงครับ ขอโทดน้า ที่เทมป์ไม่ตอบเนี่ยก็เพราะมัวแต่มองหน้าจียงอยู่ไง “ ยังจะมาค้อนอีก

“ มองทำไม หน้าชั้นมันมีอะไรติด “ เหวี่ยงซะด้วยวันนี้

“ ก็มีความน่ารักติดอยู่ไงครับ โอ๊ย จียงอ่ะ ตีเค้าทำไมเนี่ย “ ผมเอามือลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ ก็จียงน่ะสิฟาดมาเต็มแรงเลย สงสัยจะขึ้นรอยแล้วมั้งเนี่ย

“ พูดอะไรของนาย เลี่ยน จะอ้วก “ ปากเล็กก็ยังคงพูดว่าปาวๆ แต่หน้านี่เริ่มจะขึ้นสีเรื่อ

“ ที่รักแพ้ท้องใช่ป่ะ “ ผมหันไปยิ้มให้จียงอย่างดีใจ

“ อยากตายรึไงห๊า “ ง่า ที่รักแยกเขี้ยวใส่เค้าด้วย

“ เค้าล้อเล่นนิดเดียวเอง ป่ะ กลับบ้านเรากันดีกว่าเนอะ “ ว่าแล้วก็เอามือไปกุมมือเล็กๆนิ่มๆนั่นซะเลย

“ ไม่ต้องมาจับเลย “ จียงบิดข้อมือไปมาเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล

“ อายอะไรล่ะครับ เค้ารู้กันทั้งมหาลัยแล้วมั้งว่าเราเป็นแฟนกันน่ะ “ คราวนี้ผมเลยก้มลงไปกระซิบข้างๆหูจียงซะเลย ก็เวลาจียงเขินน่ะน่ารักน่ากดที่สุดดดดดด

“ เออนั่นแหละ ปล่อยเลย ชิ “ แล้วจียงก็สะบัดมือผมเดินไปทีรถทันที เฮ้อ ที่รักอ้ะ

.

.

.
.

ลืมแนะนำตัวไปเลยครับ ผม เชวซึงฮยอน ชายหนุ่มสุดหล่อ หน้าตาก็ดี บ้านรวย แฟนสวย เก่งไปหมดทุกอย่างยกเว้นกับจียงคนเดียว เป็นชายหนุ่มที่สาวๆคนไหนก็อยากจะถวายตัวให้ แต่ฝันไปเถอะเพราะผมน่ะมีแฟนแล้ว แฟนผมน่ะเหรอ ก็คนตัวเล็ก เอวบางๆ หน้าหวานๆ สวยๆ แต่งตัวเก่ง มีเสน่ห์มากโดยเฉพาะกับผู้ชาย แถมขี้วีนเป็นที่สุด น่ารักใช่มั้ยล่ะ แฟนผมน่ะ อ๊ะ ลืมบอกชื่อไป เค้าชื่อว่าควอนจียงครับ แต่คิดว่าคงจะเปลี่ยนนามสกุลในเร็วๆนี้แหละ ฮ่าๆๆๆๆ

ตอนนี้ผมกับจียงเราอยู่บนรถกำลังจะกลับบ้านกันครับ นึกขึ้นมาได้พอดีว่ายองเบมันให้ซีดีเพลงมานี่นา ลองเปิดฟังซักหน่อยก็ดี

“ จียงครับ หยิบซีดีเพลงในกระเป๋าเทมป์ให้หน่อยสิ “

“ หือ ไหนอ่ะ “

“ ลองเปิดดูอ่ะครับ มีอยู่แผ่นเดียวอ่ะแหละ “

“ เจอแล้ว ไปซื้อมารึไง “

“ ป่าวน้า ยองเบมันเอามาให้ลองฟังอ่ะ “

“ ไอ้เตี้ยอ่ะนะ “

“ อื้อ “

มือบางเปิดกล่องซีดีก่อนจะค่อยๆหยิบแผ่นซีดีเพลงออกมา แล้วใส่เข้าไปในเครื่องเล่นช้าๆ ทำนองขึ้นต้นที่เริ่มขึ้นมาทำเอาจียงแอบเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเลยทีเดียว

.

.

.

.

.

.

.

Jiyoung’s part

วันนี้แฟนผมเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ เจอหน้าก็เอาแต่ยิ้มแถมยังชอบทำให้เขินอยู่ได้ ไอบ้า แค่นี้ก็รักจะตายอยู่แล้ว พอเถอะ ก่อนที่ควอนจียงคนนี้จะสำลักความสุขตาย แล้วนี้วันนี้เทมป์บอกว่ายองเบให้ซีดีเพลงมาลองฟัง ไม่น่าเชื่อ ปกติไอเตี้ยนั่นมันงกจะตายไป จะยอมปล่อยของๆมันมาตกถึงมือคนอื่นด้วยรึไง ผมค่อยๆใส่แผ่นเข้าไปในเครื่องเล่นซีดีตามที่เทมป์บอกแล้วรอฟัง หือ เพลงนี้ชักจะน่าสนใจแล้วแฮะ

ผมเหนื่อยแล้วกับการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เหมือนคนที่ไม่สบายที่ต้องอยู่เป็นโสดแบบนี้
ผมคิดว่าผมต้องการผู้หญิงสักคน
ผมต้องการผู้หญิงที่คิดว่าใช่

ผมต้องการใครสักคนที่พูดคุยได้เปิดอกโดยไม่ต้องคิดก่อน
ไม่ทำนิสัยแบบเด็กๆและใครคนนั้นสามารถโอบกอดผมได้

ใครซักคนที่สามารถพูดคุยได้อย่างเปิดอก ไม่ทำนิสัยเด็กๆ ข้อแรกอ่ะใช่ แต่ข้อหลังคงไม่ใช่ผมแน่นอนอ่ะ
ไม่ใช่ผู้หญิงที่คบกันในยามที่เธอเบื่อหน่ายเมื่อต้องอยู่คนเดียว
แต่เธอคนนั้นจะมอบความรักให้ผมเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผมมอบความรักให้เทมป์เพียงคนเดียวเท่านั้นนะ ถึงบางทีจะแอบมองคนอื่นบ้างก็เหอะ
แม้ยามที่ชายอื่นเข้ามาขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อที่จะรู้จัก
ผู้หญิงคนนั้นต้องปฎิเสธมันออกไปและนำรูปของผมขึ้นมาโชว์

เวลามีคนเข้ามาขอเบอร์ผมก็ด่าเปิงไปหมดทุกรายอ่ะ หายห่วง อิอิ

ดูแฟนผมสิครับ นั่งยิ้มจนหน้าบาน ขับรถแค่นี้มันจะมีความสุขอะไรนักหนา เอ๊ะ หรือจะเพราะฟังเพลงนี้กันแน่ แม่ง ชื่อเพลงอะไรวะเนี่ย ลองหยิบกล่องซีดีมาพลิกไปดูด้านหลัง I need a girl โอ้โห ชื่อเพลงนี่ต้องการมากป่ะวะ แล้วที่แฟนผมมันยิ้มอยู่ตอนนี้อย่าบอกนะว่ามันก็...need a girl อยู่เหมือนกัน ไม่นะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพื่อนเบ้ มึงตายยยยยยยยยยย

ผู้หญิง ผมต้องการผู้หญิงสักคน
ไม่จำเป็นต้องน่ารักเพราะมันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอทำ
รูปร่างที่ดูดีก็เหมือนกันมันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เธอทำ
ผมต้องการผู้หญิงสักคน
ที่รัก ผมต้องการผู้หญิงสักคน
ผู้หญิง ที่้ต้องการผมเหมือนที่ผมต้องการเธอ

ฮึก กูไม่ใช่ผู้หญิงนี่หว่า แต่กูก็น่ารักไม่แพ้ผู้หญิงเลยนะ รูปร่างก็ดีด้วย แต่มึงก็ยังยืนยังว่ามึงต้องการผู้หญิง ใช่ซี้ กูมันเก่าแล้วนี่ กระซิกๆๆๆ

จียงนั่งกัดเล็บพร้อบกับปรายตาไปมองซึงฮยอนที่กำลังขับรถก่อนจะสะบัดหน้ากลับมาอย่างเดิม ทำเอาซึงฮยอนงงไปพักหนึ่งว่าแฟนสาวเค้าเป็นอะไรอีกแล้วหว่า แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะพ้นอาการคิดมากที่เจ้าตัวชอบเก็บเรื่องเล็กๆน้อยๆมาคิดจนได้เป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่มากจริงๆนะ จนเค้าคิดว่าจียงน่าจะไปเรียนนิเทศแทนศิลปกรรม

ผู้หญิงแบบที่ดูดีเวลาที่เธอสวมยีนส์มากกว่ากระโปรงสั้นๆ  

กูสวมกระโปรงไม่ได้ แต่กูก็ดูดีในทุกชุดที่ใส่นะ ไม่ว่าจะแฟชั่นเทรนด์ไหนมาแรงหรือแบรนด์ไหนกำลังเซลล์เค้าก็รู้หมดอ่ะแหละ เรื่องแต่งตัวอ่ะขอให้บอกเหอะ
ผู้หญิงที่ทานแค่ข้าวผัดกิมจิธรรมดาๆที่ผมปรุงให้

ให้กินข้าวผัดกิมจิฝีมือไอ้หน้าลิงนี่อ่ะนะ ควอนจียงขอลาไปกินกล้วยดีกว่า กลัวต้องไปนอนโรงบาลแล้วไม่คุ้มกับค่าอาหารที่กินไป ก็ไม่อยากจะทำร้ายน้ำใจ แต่แฟนเค้ามันทำอะไรไม่เป็นเลยนี่นา ต้มมาม่าได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว
ผู้หญิงที่ยังดูอ่อนเยาว์เสมอไม่ว่าเธอจะอายุมากขึ้นเท่าใด
ผมชอบผู้หญิงแบบนั้นแหละ
(รู้ใช่ไหมว่าผมหมายถึงอะไร)

ดูอ่อนเยาว์เสมอเหรอ แน่น๊อน ก็ควอนจียงคนนี้น่ะ ผ่านมาแล้วทุกยี่ห้อ อันไหนดีอันไหนไม่ดีสามารถแจกแจงรายละเอียดได้ยิบย่อย ถามว่าดาราคนไหนเป็นพรีเซนเตอร์เค้ายังรู้เลย อ่ะโด่

แต่ไอ้ประโยคที่ว่า ผมชอบผู้หญิงแบบนั้นแหละ  ฮึก มันแทงใจอ่ะ ก็คนมันเป็นผู้ชายนี่หว่า ว๊ากกกกกกกกก ควอนอยากจะพ่นไฟ รู้ดีว่ายังไงผู้ชายมันก็ต้องชอบผู้หญิงอยู่วันยังค่ำแต่แบบ...มันทำใจไม่ได้อ่ะ นิดนึงเดะ ฮือๆๆๆๆๆ

ผู้หญิงที่ขึ้อายและแสดงมันออกมาในยามที่ควรใช้  

ขี้อายเหรอ แน่อนว่าผมเป็นคนขี้อาย อิอิ (บ้านมึงสิ : แทยัง)
ผู้หญิงที่คอยระวังกิริยาตลอดเวลาไม่ให้ขาดเกิน

ระวังกิริยาอ่ะนะ เท่าที่จะได้ล่าสุด ประมาณอาทิตย์ที่แล้วมีคนมาจีบเทมป์ พอผมรู้ผมก็แค่ตามไปวีนเท่านั้นเอ๊งงงง สถานที่อ่ะเหรอ โฮะๆๆๆ กลางโรงอาหารไงล่ะ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าแฟนใคร ไงล่ะ ผมน่ะมารยาทดีสุดๆไปเลย
แต่เมื่อไรที่ผมอยู่เคียงข้างเธอ
หืม เธอรู้และพูดคุยกับผมได้เหมือนปกติ

ก็ไม่เคยเห็นอ่ะนะว่าแฟนผมมันจะอึดอัดเวลาอยู่กับผม ออกจะมีความสุขระริกระรี้เกินหน้าเกินตาด้วยซ้ำ แต่หรือว่าเทมป์จะแอบไปบ่นลับหลังให้ไอยองเบฟัง ไม่ได้ๆ ต้องโทรไปถามให้รู้เรื่องซะแล้ว

รถสปอร์ตคันงามจอดนิ่งสนิทอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆที่แลดูอบอุ่น จียงจึงตื่นจากห้วงความคิดแล้วรีบเก็บกระเป๋า เปิดประตูรถ แล้วเดินเข้าบ้านไป ทำเอาซึงฮยอนต้องแปลกใจกับอากัปกิริยานั้นแต่ก็เดินตามร่างบางเข้าไป จียงเดินเข้าไปนั่งเฉยๆที่โซฟา คิ้วบางๆยังคงขมวดเป็นปมจนคนที่เห็นอดจะเข้าไปช่วยผ่อนคลายไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ของซึงฮยอนเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนรักตัวเล็กก่อนจะวาดแขนออกไปโอบกระชับเอวบางพร้อมๆกับดึงรั้งร่างนั้นให้เข้ามาหาตัวเอง

“ เป็นอะไรไปครับคนดี เรียนหนักเหรอ หืม “ พูดพลางกดจูบลงไปที่ขมับเบาๆ

“ ไม่เป็นอะไรหรอก วันนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษรึป่าว “ จียงหันกลับมาสวมกอดซึงฮยอนเอาไว้

“ อยากกินจียงไงครับ “ พูดพลางส่งสายตาหื่นๆไปให้จนจียงต้องหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความเขิน

“ บ้า เทมป์อ่ะ “ คนตัวเล็กแก้มแดงระเรื่อ

“ ก็จริงนี่นา จียงออกจะน่ารักน่ากินขนาดนี้ “ ซึงฮยอนกระชับอ้อมกอดดึงจียงให้ขึ้นมานั่งตักตัวเองพร้อมกับค่อยๆจับร่างบางให้หันหน้ามาหา

“ ไม่เอา ไม่คุยด้วยแล้ว “ จียงก้มหน้างุดด้วยความอาย พยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของลิงยักษ์

“ โอ๋ๆ เป็นอะไรไปครับ ไหนบอกเทมป์หน่อยสิว่าจียงเครียดอะไรอยู่ “ ร่างสูงเห็นแฟนตัวเองเขินจนกลัวว่าแก้มจะระเบิดจึงเลิกแหย่พร้อมกับถามคำถามที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใย

“ เทมป์รักจียงมั้ย “ ช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าคนตัวสูงที่กอดเค้าอยู่

“ รักสิครับ “ ซึงฮยอนตอบพร้อมกับยืนยันด้วยการจูบปากนุ่มๆนั้นเบาๆ

“ จียงไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่มีหน้าอก ไม่สวยด้วย “

“ งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเอง นิสัยก็ไม่ดี “

“ แถมยังขี้วีน ขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ไม่น่ารักด้วย “ ประโยคสุดท้ายคนตัวเล็กพูดพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ แถมในนัยน์ตาคู่สวยนั่นก็ดูเหมือนจะมีน้ำตาคลออยู่ จนซึงฮยอนต้องรีบดึงเข้ามากอดปลอบ

“ จียงอา ไม่ว่าจียงจะเป็นยังไงผู้ชายคนนี้ก็รักจียงเสมอนะครับ “ ตาคมๆคู่นั้นกำลังสบกับดวงตาคู่เล็ก

“ ถ้าผมชอบผู้หญิงผมจะมาคบกับจียงทำไมกันล่ะ “ มือแกร่งไล้ไปบนใบหน้าสวยได้รูป

“ ใครบอกว่าจียงไม่สวยครับ แฟนผมน่ะสวยที่สุดเลยนะ “ หน้าผากของคนตัวโตเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดกับคนตัวเล็ก

“ ผมชอบจียงที่ขี้วีน ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจตัวเอง “ ริมฝีปากบางจูบลงไปที่จมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

“ อีกอย่างนะ จียงน่ารักกับผมคนเดียวก็พอห้ามไปน่ารักกับใครเด็ดขาดรู้มั้ย “ ริมฝีปากที่ประกบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวชักจูงให้จียงจูบตอบอย่างเสียไม่ได้

ซึงฮยอนอุ้มจียงขึ้นมาก่อนจะพาเดินขึ้นไปบนห้องทั้งๆที่ปากของทั้งคู่ก็ยังไม่ห่างจากกัน แขนเรียวเล็กเอื้อมโอบรอบคอคนตัวใหญ่อย่างรู้งาน มารู้สึกตัวอีกทีแผ่นหลังบางๆก็สัมผัสกับที่นอนนุ่มเสียแล้ว ร่างสูงผละจูบออกมาให้คนตัวเล็กได้หายใจหายคอก่อนจะค่อยๆขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างบางๆนั้น

“ จียงอยากรู้มั้ยครับว่าเทมป์รักจียงมากแค่ไหน “

“ แล้วเทมป์รักจียงมากแค่ไหนล่ะ หืม ไม่เห็นจะรู้เลย คิกคิก “ ยั่วอีกแล้วให้ตายสิ แฟนใครเนี่ย ช่างยั่วเหลือเกิน

“ งั้นเทมป์จะทำให้จียงรู้เองนะครับ “

ร่างสูงกดจูบลงไปบนริมฝีปากบางที่บวมช้ำก่อนจะค่อยๆส่งลิ้นร้อนๆเข้าไปหยอกล้อภายในโพรงปากหวาน ชอนไชหลอกล่อให้จียงเกิดอารมณ์ มือแกร่งสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อบางก่อนจะค่อยๆไปละกิดที่ตุ่มไตสีชมพูบนหน้าอกทั้งสองข้าง ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยินยอมให้คนขี้แกล้งทำตามใจชอบ กว่าจะรู้ตัวว่าเสื้อผ้าของตนเองถูกริดรอนไปจนหมดก็ตอนที่มือแกร่งเอื้อมไปสัมผัสที่ส่วนอ่อนไหวกลางลำตัว มือร้อนลากไล้จนส่วนนั้นแข็งขืน จียงจิกเล็บลงไปบนต้นแขนแกร่งพร้อมๆกับเบือนหน้าหนีสายตาจากร่างข้างบน ร้อนแรงจนแทบจะมอดไหม้

“ อื้อ เทมป์ อ่ะ อย่า...แกล้งกัน...สิ “ ร่างบางบิดเร่าๆด้วยความทรมาน ทำให้ซึงฮยอนต้องเร่งจังหวะการขยับมือให้เร็วขึ้น

“ ที่รักครับ วันนี้อยากจะอยู่ข้างบนรึป่าว หืม “ ถามพลางเร่งจังหวะมือจนร่างบางปลดปล่อยออกมาจนหมด

จียงค่อยๆพยุงตัวขึ้นก่อนจะผลักคนขี้แกล้งให้ไปนั่งพิงหัวเตียงรอ ท่าทีเขินอายที่มีมาตอนแรกหายไปหมดแล้วเหลือเพียงแต่จียงที่ขี้เล่นเท่านั้น จียงวาดขาขึ้นคร่อมบนตัวซึงฮยอนก่อนจะนำบั้นท้ายไปเสียดสีกับส่วนนั้นของร่างสูงเรียกให้คนตัวสูงส่งเสียงซี้ดซ้าดออกมาได้อย่างดี

“ จียงอ่ะ อย่าแกล้งอีกเลยนะ เทมป์จะทนไม่ไหวแล้วนะครับ “

“ อือ อย่าใจร้อนสิ “ ใช่ว่าควอนจียงจะฟังใคร ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุนั่นแหละ จนซึงฮยอนอดรนทนไม่ไหวจับสะโพกมนกดลงไปที่ส่วนแข็งขืนของตัวเองจนมิด

“ อ๊า เทมป์ “ ร่างบางกัดปากด้วยความที่ยังไม่ได้ทันตั้งตัว

“ อืม จียง แน่นจัง “

“ ไอบ้า อ๊ะ อื้อ “

“ ขยับหน่อยสิครับ “

มือแกร่งจับที่สะโพกมนกลมก่อนจะค่อยๆช่วยจียงขยับจังหวะ ร่างกายที่ขยับขึ้นลงเป็นไปอย่างเนิบนาบเชื่องช้า เนื่องจากว่าซึงฮยอนไม่ต้องการที่จะเร่งรัดคนตัวเล็กมากเกินไป อยากให้จียงคุมเกมส์เองมากกว่า จนเมื่อคนตัวเล็กเริ่มชินจังหวะการขยับสะโพกของจียงก็เร็วขึ้น

“ อ๊า อ๊ะ อา...ฮ่าห์ “ กิจกรรมรักที่เรียกเหงื่อได้มากโขจนจียงต้องพยายามสะบัดผมไปด้านหลังอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเพิ่มความเซ็กซี่ให้กับร่างบางจนซึงฮยอนทนไม่ไหวเป็นฝ่ายพลิกขึ้นมาอยู่ด้านบนซะเอง

“ เดี๋ยวเทมป์ทำเองนะ “ ร่างสูงกระแทกกายลงไปไม่ยั้งเมื่อความต้องการเริ่มจะสูงขึ้นจนทนไม่ไหว เสียงเสียดสีกันของผิวเนื้อดังผสานไปกับเสียงครางของจียง แรงอารมณ์ที่โหมกระพือขึ้นทำเอาคนตัวเล็กแทบจะระเบิด มือบางขยุ้มจิกลงไปบนผ้าปูที่นอน ซุกซบใบหน้าลงไปกับหมอนนุ่ม

“ จียง รู้รึ...ยัง อา...ว่าเทมป์รัก อ่ะ...จียงมากแค่ไหน “

“ อือ รู้...รู้แล้ว ท...เทมป์ อ๊ะ เร็ว...อื้อ อีกนิด...นะ “ ได้ฟังคำขอของคนตัวเล็กแล้วซึงฮยอนก็ยิ่งเร่งจังหวะให้เพิ่มขึ้น ร่างสูงถอนกายออกมาจนสุดก่อนจะกระแทกกายลงไปใหม่ ก่อนที่ร่างทั้งสองร่างจะกระตุกเกร็ง ซึงฮยอนปลดปล่อยเข้าไปในตัวของจียงในขณะที่จียงเองก็ปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องแกร่ง

“ อ๊า...... อึ่ก  ......... อ๊ะ ....... อ่า “ ร่างบางหอบฮัก พยายามสูดอากาศเข้าปอด ก่อนจะรับรู้ว่าร่างสูงถอนส่วนนั้นออกจากร่างกายแล้วลงมานอนข้างๆกัน จียงซุกหน้าลงไปบนอกกว้าง มือเล็กกอดรอบเอวของซึงฮยอนเอาไว้

“ รักนะครับ รักจียงที่สุดเลย “

“ อื้ม รักเทมป์เหมือนกัน “

“ แล้วตกลงวันนี้ที่คิดมากเพราะอะไรกันครับ “ ซึงฮยอนเอ่ยถามหลังจากที่เงียบกันไปซักพัก นิ้วเรียวเกลี่ยผมที่ตกลงมาปรกหน้าคนในอ้อมกอดออกก่อนจะหอมหน้าผากเนียนเบาๆ

“ ก็...เพลงของยองเบไงล่ะ ฟังแล้วมันก็อดคิดไม่ได้นี่นา “ จียงตอบออกมาทำเอาซึงอยอนหลุดขำ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง จียงนี่น้าคิดมากเกินไปแล้ว

“ หึหึๆๆ “

“ ไม่ต้องมาขำเลยนะ ไม่ตลก “ แล้วจียงก็ทำแก้มป่องปากเชิดก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง

“ โอ๋ๆ อย่างอนสิครับ เทมป์ก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย แต่จียงยังฟังเพลงไม่จบเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ฟังต่อให้จบล่ะครับ “

“ ไม่อยากฟังแล้ว “ พูดพร้อมเอามือสองข้างปิดหูจนซึงฮยอนต้องจับให้เอาออก

“ ถ้าเทมป์อยากจะร้องให้ฟังจียงก็จะไม่ฟังงั้นเหรอ “ จียงหันขวับกลับมามอง แทบไม่อยากจะเชื่อหู ไอ้กอริลล่ามันจะร้องเพลงให้เค้าฟัง

“ อยากสิถ้าเป็นนาย “ จียงยิ้มแป้น นอนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

ท่อนแร็พกับเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ทำเอาจียงอดยิ้มตามไม่ได้

มันไม่ใช่ปัญหาอะไรใหญ่โต

แต่ผมชอบผู้ชายน่ารักที่ดูดีมีสไตล์

แม้ว่ายามว่างของพวกเราแตกต่างกัน

แต่รสนิยมความชอบของพวกเราก็เหมือนกัน

ผู้ชายที่สามารถรับฟังเรื่องราวของผมได้มากมาย

เมื่อพวกเราดูหนังหรือว่าฟังเพลง

 

(ใช่!) ผมรักคุณ คุณที่ทำให้ผมชอบ

เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน เธอจะมีหลักการและเป็นคนขึ้เล่น

เมื่ออยู่ต่อหน้าผม เธอมักจะพูดว่า “อ๋อ ฉันไม่ทราบเลยค่ะ”

 

เสียงใสๆที่คอยปลุกผมให้ตื่นในยามเช้า

(จูบทักทายในตอนเช้า) ผมอยากเริ่มเช้าวันใหม่แบบนั้น

และผมจะนอนหนุนตักเธอในยามค่ำคืน

คอยฟังเพลงกล่อมเด็กที่เธอร้อง

ผมต้องการจะฝันถึงเธอ

 

มันทำให้หัวใจผมเต้นระรัวเหมือนกำลังแข่งขันอีกครั้ง

มันทำให้ผมประพันธ์เพลงหวานได้อีกครั้ง

 

เธอรู้ไหมว่าผมไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว

มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะ

เธอคือคนที่ผมต้องการจะมอบหัวใจให้

จียงเขินจนไม่รู้จะทำตัวยังไง ไอบ้านี่มันเปลี่ยนเนื้อร้องเค้าด้วยอ่ะ กรี๊ดดดดดดดดดด? ถูกใจควอนจีคนนี้มากมาย

“ รู้รึยังครับ “ เสียงนุ่มๆกระซิบถามที่ข้างหู ก่อนจะจับจียงเงยหน้า

“ อื้อ ไออ้วนเอ๊ยยย “ จียงกดจูบลงที่มุมปากของซึงฮยอนก่อนจะรีบซุกเข้าหาแผ่นอกกว้างด้วยความที่ไม่อยากจะสู้สายตาคมๆนั่นอีกแล้ว

.

.

.

.
.
.
.

ไงล่ะครับจียงของผม น่ารักใช่มั้ยล่ะ อิอิ คนนี้ผมไม่ให้ใครหรอกนะจะบอกให้ หวงมากแล้วก็รักมากด้วย คนอ่านทั้งหลายก็เลิกมาแอบดูได้แล้ว พวกผมจะได้ทำอะไรต่อสะดวกหน่อย เนอะจียง ^^

ปล.สงสัยพรุ่งนี้ต้องไปตบรางวัลให้ยองเบมันซะแล้วสิ

 

 

 

 

Talk : ฟิคเวิ่นๆ เพราะอยู่ดีๆก็อยากแต่ง อาจจะมึนๆงงๆภาษาไม่สวยก็ให้อภัยเค้าด้วยเหอะ ช่วงนี้การบ้านเยอะเลยเบลอๆ ฮ่าๆๆๆ ฟิคเรื่องนี้ใครใคร่เม้นท์ก็เม้นท์เหอะ ใครไม่อยากเม้นท์ก็ไม่ต้องเม้นท์ I don’t care เหนื่อยแล้ว เชอะ ใครรอนอกใจตอนพิเศษกับ who care ก็รอไปก่อนน้าขอเวลาอีก เอิ่ม ซักเดือนเป็นไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Thanks : พี่ๆทั้งหลายที่คอยทวง เพื่อนๆที่จิกทุกวัน น้องๆที่คอยงอนเราอยู่เสมอ เราไม่ง้อหรอก อิอิ ฟิคอาจจะลงช้าไปแต่ก็ลงให้แล้วน้า

 

[SF] นอกใจ 3/4

posted on 14 Oct 2010 23:14 by lamild

[SF] นอกใจ

Starring : TempoXGD

Authur : tempgee

Rate : ???

Note : ตั้งใจจะให้เป็นฟิคสั้น แต่ทำได้รึป่าวนั้น ไม่รู้อ่า (วิ่งหนี ฟิ้วววววววววววว)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

การถูกปลุกขึ้นมาจากการนอนหลับยามวิกาลเช่นนี้ คงจะไม่เป็นที่พึงประสงค์ของใครหลายๆคนเท่าไหร่นัก เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลประกายทองเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนพร้อมกับอากัปกิริยาที่ง่วงงุนเต็มที่ คงไม่แปลกเท่าไหร่ที่จะเป็นแบบนี้ถ้าหากว่าโดนปลุกให้ตื่นขึ้นมาตอนตีสามอ่ะนะ คังแดซอง เดินออกมาเปิดประตูให้พี่รหัสที่ไม่ค่อยอยากจะเคารพรักเท่าไหร่หรอกตอนนี้ ก็เล่นโทรมาสั่งให้เค้าตื่นมานั่งรอเพราะตัวเองจะมาขอนอนด้วยเนี่ยนะ น่ารักจริงๆให้ตายสิ นั่งนึกถึงได้ไม่นานเท่าไหร่บุคคลที่ถูกพาดพิงก็มาถึง เพราะออดหน้าประตูห้องของเค้ามันดังขึ้นมาแล้วน่ะสิ คังแดซองคนนี้เลยต้องลากสังขารเดินไปเปิดประตูให้อย่างช่วยไม่ได้

“ ไม่กวนใช่ป่ะ “ เปิดประตูมาปุ๊บก็โดนยิงคำถามใส่ปั๊บ แล้วถ้าคนถามพอจะดูสีหน้าคนตอบได้ก็น่าจะรู้คำตอบที่อยู่ในใจ

“ ไม่เลยครับพี่ เข้ามาก่อนเถอะ มาซะดึกๆดื่นอย่างงี้คงจะเหนื่อย “ เด็กหนุ่มหน้าแป้นก็เลยตอบกลับไปด้วยใบหน้าสุดจะงัวเงีย ตาตี่ๆที่ยังลืมไม่ค่อยดีมองรุ่นพี่ตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ลักษณะหน้าตาดูหมองๆ พี่แกทะเลาะกับแฟนมารึป่าวหว่า

“ เอ่อ... พี่ท็อป เป็นอะไรรึป่าวครับพี่ “ หลังจากที่แดซองนั่งมองคนมาขออาศัยอยู่นาน พี่แกก็ไม่ยอมเอ่ยปากซะที จนเป็นเค้าที่ทนไม่ไหวต้องถามคำถามออกไป

“ อืม นิดหน่อย “

“ นิดหน่อยอ่ะ มันอะไรล่ะครับพี่ เผื่อผมช่วยได้พี่จะได้ไม่ต้องมานั่งทำบรรยากาศห้องผมหดหู่ อุ้ย...แหะๆ โทดทีพี่ “ พล่ามไม่ได้ดูอารมณ์เล้ยไอ้แดซอง เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

“ เลิกกับแฟน “ ร่างสูงตอบคำถามออกมาด้วยเสียงเรียบๆ

“ โถ่ เลิกกับแฟน แค่นี้เองพี่ ไม่เห็นจะต้องเครี... ห๊ะ ว่าไงนะพี่ท็อป เลิกกับแฟน พี่เลิกกับพี่จียงน่ะนะ “ ตอนนี้คังแดซองกำลังเบิกตาตี่ๆให้โตได้จะเท่าไข่เป็ด พระเจ้า ให้ตายเถอะ พี่ท็อปเนี่ยนะจะยอมเลิกกับพี่จียง เอาหัวโดเรมอนเป็นประกันเลยเอ้า

“ ................................. “ แต่ร่างสูงก็ยังคงนั่งเงียบไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ

“ เฮ้ยพี่ ไปทำอีท่าไหนถึงได้เลิกกันล่ะเนี่ย “ ชักจะเครียดจริงๆแล้วแฮะ

“ ซึงรี จียงเค้าไม่พอใจหมอนั่น “ ท็อปค่อยๆตอบคำถามของรุ่นน้อง

“ ซึงรี ลูกพี่ลูกน้องพี่น่ะนะ “ แดซองถามย้ำอีกรอบแล้วก็ได้คำตอบกลับมาเป็นการพยักหน้าจากรุ่นพี่ตัวสูง

“ ว่าแล้วเชียว เด็กนี่มันร้ายจริงๆซะด้วยสิ “ แดซองแบบ่นพึมพำเบาๆแต่ก็ไม่วายเล็ดลอดไปถึงหูซึงฮยอนได้

“ ว่าไงนะแดซอง “

“ ป่าวฮะพี่ แค่บ่นไปเรื่อยเปื่อยนะ แหะๆ “ ยิ้มแห้งๆกลบเกลื่อนก่อนจะชักชวนรุ่นพี่ตัวสูงให้ไปเข้านอน เพราะพรุ่งนี้ทั้งเค้าและพี่ท็อปมีเรียนตอนเช้าด้วยกันทั้งคู่

“ ไปนอนเหอะพี่ ผมว่าพรุ่งนี้ค่อยมาช่วยกันคิดว่าจะง้อพี่จียงยังไงดี “ แดซองพูดออกมาทำเอาท็อปที่นั่งนิ่งมานานต้องหันมามองด้วยความแปลกใจ

“ โห่ อย่ามองอย่างนั้นสิ ผมรู้จักพี่มานานพอที่จะรู้ว่าพี่น่ะรักพี่จียงมากแค่ไหน แล้วถ้าให้เดานะ ผมว่าเรื่องนี้พี่ผิดเต็มๆเลยล่ะ “ แดซองพูดจบก็เดินมาลากร่างสูงให้เข้าไปนอนในห้อง ส่วนตนเองก็อพยพข้าวของออกมานอนที่โซฟา พร้อมกับย้ำให้รุ่นพี่มั่นใจว่าตนจะช่วยสุดความสามารถ นั่นแหละถึงทำให้ซึงฮยอนคนดื้อรั้นยอมเข้านอนไปได้

“ เฮ้อ คิดถูกคิดผิดวะเนี่ย ตัวปัญหาก็เบ้อเริ่มเทิ่มขนาดนี้ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลยตู “ ยกมือขึ้นมาขยี้หัวก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับไปอีกคน

.

.

.

.

.

.

.

คังแดซองและเชวซึงฮยอนมาถึงมหาลัยด้วยเวลาที่เฉียดฉิวกับเวลาเรียน แดซองเดินมาส่งรุ่นพี่ถึงหน้าห้องเรียนก่อนจะกำชับว่าเลิกเรียนแล้วให้โทรมาหาตนด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะมีสติอยู่มากแค่ไหนกันเชียว

“ อย่าลืมนะพี่ เลิกแล้วโทรมาหาผมด้วย “ แดซองยืนย้ำเป็นรอบที่ร้อยแปดจนซึงฮยอนต้องส่งสายตาพิฆาตไปให้

“ เออเว้ย มึงพูดมาห้าร้อยรอบได้แล้วมั้งไอ้ตี่ รีบๆไปเรียนเลยไปก่อนจะโดนเตะ “ ถึงจะหวังดีแค่ไหนแต่แดซองก็โดนซึงฮยอนไล่ตะเพิดมาอยู่ดีโทษฐานน่ารำคาญเกินเหตุ

โธ่เอ๊ย ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาเศร้าๆของพี่ท็อปเมื่อคืนนะ ให้ตายคังแดซองก็ไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้หรอก สาบานเลย

คาบเรียนช่วงเช้าที่ตึกคณะวิศวะคงจะน่าเบื่อเอามากๆ จนทำให้ร่างสูงเผลอหลับไป แตกต่างจากทางฝั่งเด็กสินกำที่วันนี้ไม่มีเรียนแต่ก็ยังต้องสละเวลาเข้ามาทำงานในคณะกันให้เห็นบ้างประปราย

ควอนจียงและทงยองเบก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งสองคนเข้ามาช่วยเพื่อนๆทำงานสถาปนาคณะที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ แม้จียงจะยังไม่สดใสร่าเริงเหมือนเดิมเท่าไหร่นัก แต่ยองเบก็สังเกตว่าร่างบางมีอาการดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้เพื่อนอย่างเค้าสบายใจไม่น้อย

“ จียง เหนื่อยรึป่าว ไปพักก่อนก็ได้นะ “

“ ไม่เหนื่อยหรอกฮะพี่แทบิน งานง่ายๆแค่นี้ผมทำได้ “ จียงเงยหน้าจากงานทาสีขึ้นมาส่งยิ้มให้รุ่นพี่

“ อย่าหักโหมมากล่ะเรา เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปยองเบมันจะมาอัดพี่เอาได้ โทษฐานที่ใช้งานนายหนักเกินไปหน่อย ฮ่าๆๆ “ พูดจบก็เอามือไปยีหัวร่างบางเล่น ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันทั้งสองคน

.
.

.

.

เป็นเวลาร่วมสองชั่วโมงที่จียงและยองเบนั่งช่วยเพื่อนๆทาสีคัทเอ้าท์กันอยู่ใต้ตึกคณะ จนเมื่อหันมาดูเวลาอีกทีนี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงซะแล้ว เพื่อนที่แสนดีอย่างยองเบจึงสั่งให้จียงวางมือจากงานทั้งหมดแล้วไปกินข้าวด้วยกันกับเค้า แม้จะได้รับท่าทางกระฟัดกระเฟียดพร้อมค้อนวงใหญ่ที่ส่งมาจากตาเล็กๆนั่นก็ตามที

“ งานยังไม่เสร็จเลยนะยองเบ จะรีบลากชั้นออกมาทำไมล่ะ “

“ นายยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าเลยไม่ใช่เหรอจียง “

“ แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอกน่า “

“ ผอมจนจะเป็นกระดูกเดินได้อยู่แล้วยังพูดว่าไม่เป็นไร ไอ้กุ้งแห้งเอ๊ย “

“ อ่าว ไอเตี้ยยองเบ “

“ ทำไม ถึงเตี้ยก็แมนแถมหุ่นดีอีกต่างหาก “

“ นี่แกหาว่าชั้นไม่แมนรึไง ไอ้บ้ายองเบ มาให้ชั้นเตะเดี๋ยวนี้น้า “

“ เรื่องอะไรล่ะ แน่จริงก็มาเตะให้ได้สิวะ ฮ่าๆๆๆๆ “ พูดจบเพื่อนเบ้คนดีก็วิ่งหนีไป ปล่อยให้จียงยืนตะโกนด่าด้วยความแค้นก่อนจะวิ่งไล่ตาม แต่ขาเจ้ากรรมก็ดันขัดกันเองซะนี่ ส่งผลให้คนตัวเล็กล้มหน้าคะมำลงไปที่พื้นทันที

จียงหลับตาปี๋ด้วยความที่กลัวเจ็บ สงสัยจะเสียโฉมก็คราวนี้ล่ะว้า แต่เอ๊ะ ทำไมมันไม่เจ็บ แถมยังนุ่มๆอีกต่างหาก

ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆก่อนจะพบว่าตัวเองนอนทับยองเบที่มาทำตัวเป็นที่นอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ แล้วนี่จะนอนอีกนานมั้ยวะ คนนะเว้ยไม่ใช่ที่นอน “ ยองเบเอ่ยออกมาเรียบๆเพราะไอ้เพื่อนตัวดีมันเอาแต่นอนจ้องหน้าเค้าไม่ยอมลุกขึ้นซักที ชาวบ้านชาวช่องเค้าก็มองกันเต็มไปหมด มันไม่อายแต่เค้าอายนะครับ

“ เออๆๆ ลุกแล้วเนี่ย แม่ง นิดๆหน่อยๆทำเป็นบ่นนะ “ จียงค่อยๆยันตัวเองให้ออกมาจากตัวของยองเบ แต่ลุกขึ้นมาได้ไม่ทันไร ไอ้เพื่อนรักตัวดีมันก็ฉุดแขนของเค้าให้ล้มลงไปนอนกับมันใหม่ ไม่ทันที่จะอ้าปากโวยวาย มันก็เอาปากเน่าๆของมันมาประกบปากนุ่มๆของเค้าซะแล้ว

ทั้งสองคนนอนอยู่ในท่านั้นเป็นเวลาไม่นานก่อนที่ยองเบจะเป็นฝ่ายผลักจียงออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งมือไปช่วยดึงเพื่อนตัวเล็กขึ้นมา

“ ทำบ้าอะไรของแกวะเนี่ย ยองเบ ถ้าปากชั้นมีอะไรเสียหายใครจะรับผิดชอบ “ ลุกขึ้นมาได้ก็โวยวายทันที เล่นเอายองเบส่ายหน้า สงสัยมันจะไม่รู้อะไรเลยล่ะสิเนี่ย

“ ก็ชั้นรักแกไง “ ยองเบตอบกลับไปหน้าซื่อๆ

“ อะไรของแกวะ จะมาบอกรักชั้นทำไม ก็รู้อยู่แล้ว คราวหลังไม่ต้องบอกหรอก “ จียงเอามือถูปากป้อยๆ พร้อมเลิกคิ้วสงสัยที่วันนี้ไอ้เพื่อนตัวดีมันมาแปลก

“ แล้วแกล่ะรักชั้นรึป่าว “ ยังคงเป็นยองเบที่เอาแต่ยิงคำถามแปลกๆออกไป

จียงได้แต่ทำหน้างงสุดขีด หรือว่าเมื่อกี๊หัวมันจะกระแทกแรงไปหน่อย

“ รักสิ ไอบ้า ไปเหอะ ไปกินข้าวกัน ชวนชั้นออกมากินข้าวไม่ใช่เหรอ แต่มื้อนี้แกเลี้ยงนะ อิอิ “ ร่างบางเดินเข้าไปควงแขนล่ำๆของเพื่อนสนิทก่อนจะดึงให้ออกเดิน ฝ่ายยองเบก็ยิ้มหวานกลับมาซะจนผู้หญิงแถวนั้นเคลิ้มกันไปตามๆกัน พร้อมกับเอามือไปยีผมร่างบางเล่นอย่างชอบใจ ก่อนจะพากันเดินไปที่โรงอาหาร

ดวงตาเรียวเล็กหันไปสบกับดวงตาคู่คมอย่างท้าทาย

.

.

.

.

.

.

.

ฉากรักของคู่เพื่อนสนิทตรงหน้าดูจะไม่เป็นที่ประทับใจร่างสูงของเชวซึงฮยอนซักเท่าไหร่ ความคิดที่ว่าจะมาง้อจียงเป็นอันจบลงตั้งแต่เห็นว่าจียงกำลังนอนคร่อมทับไปบนร่างของยองเบ คนที่เห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นอย่างเค้า ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วย แต่เหตุการณ์ต่อมาที่เกิดขึ้นก็ต้องทำให้การเต้นของหัวใจสะดุด เมื่อยองเบดึงตัวจียงเข้าไปจูบแถมฝ่ายจียงก็ไม่ได้มีทีท่าขัดขืนแต่อย่างใด จียงจะรู้มั้ยว่าเค้ารู้สึกยังไง แทบจะขาดใจเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักไปจูบกับผู้ชายคนอื่น เจ็บเหมือนมีใครเอามือมาบีบหัวใจให้แหลกคาอก ไหนจะคำบอกรักของทั้งสองฝ่ายที่ดูจะลึกซึ้ง เชวซึงฮยอนคงไม่เจ็บอย่างนี้ถ้าไม่มาได้ยินกับหูตัวเอง ในช่วงเวลาที่คบกันมา จียงไม่ได้บอกรักแค่เค้าคนเดียวงั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นทำไมแค่เลิกกันไปไม่กี่วัน จียงถึงได้บอกรักผู้ชายคนอื่นได้ง่ายๆอย่างนี้ล่ะ ยิ่งคิดขอบตาก็ยิ่งร้อนผ่าว

สายตาที่ได้รับมาจากเพื่อนสนิทคนตัวเล็กนั้น ยิ่งทำให้ความโกรธของเค้าที่มีอยู่ปะทุขึ้นมาเป็นเท่าตัว

หึ ทงยองเบ อย่านึกว่าชั้นจะยอมยกจียงให้นายง่ายๆนะ ไม่มีทาง

.

.

.

.

ปังงง

เสียงปิดประตูตามมาพร้อมกับเสียงสบถดังลั่นของเจ้าของห้อง

“ โถ่เว้ยยยย “ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของเสียงอารมณ์เสียขนาดไหน

คังแดซองที่ตามซึงฮยอนกลับมาที่ห้องด้วยรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก ก็รุ่นพี่เค้าน่ากลัวน้อยซะเมื่อไหร่ แค่ตอนกลางวันก็ระเบิดลงไปทีหนึ่งแล้ว แถมขากลับยังมาเจอเหตุการณ์สุดสวีทให้เห็นตำตาอยู่หน้าคณะอีก ภาพที่คนรัก(เก่า)ของตัวเองมาเดินโอบไหล่ หัวร่อต่อกระซิกโฉบๆไปโฉบมาผ่านหน้าอย่างนี้ แดซองล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าห้ามพี่ท็อปไว้ไม่อยู่ เพื่อนสนิทของพี่จียงจะเป็นสภาพไหน

“ พี่ซึงฮยอนฮะ เป็นอะไรรึป่าว “ ลืมไปซะสนิทว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน อีซึงรีลูกพี่ลูกน้องที่น่ารัก(?)ของพี่ท็อปก็อยู่ด้วยนี่นา

“ ................................. “ ร่างสูงไม่ได้ตอบเพียงแค่ใช้ปลายสายตามองเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความพยายามของซึงรีลดน้อยลงแต่อย่างใด

“ ผมคั้นน้ำส้มเอาไว้ให้พี่ด้วย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมเอามาให้กินนะฮะ “ ซึงรีพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พยายามเอาอกเอาใจอย่างเต็มที่ แต่ว่าเสียงที่ตอบกลับมาก็ทำให้ร่างโปร่งตรงหน้ามีสีหน้าที่สลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ พี่อยากอยู่คนเดียว “

“ แต่ว่า ผม..... “ ซึงรียังคงไม่ลดละความพยายาม

“ ได้ยินมั้ย ว่าพี่อยากอยู่คนเดียว “ เสียงดังที่เกือบจะเป็นตะคอกของซึงฮยอนทำให้ซึงรีสะดุ้งด้วยความตกใจ ร่างโปร่งมองคนที่ตนเองแอบรักด้วยแววตาตัดพ้อ พร้อมกับเดินหนีเข้าไปในส่วนของห้องครัว มือบางกระแทกลงบนเคาน์เตอร์ไม่เบานัก

“ หึ จะอะไรกันนักกันหนากะอีแค่ผู้ชายคนเดียว “ ริมฝีปากบางพูดออกมาไม่เบานัก ความรู้สึกเกลียดชังในตัวคนรักของซึงฮยอนยิ่งทวีคูณ

“ นั่นน่ะสิน้า มันจะอะไรกันนักกันหนากะอีแค่ผู้ชายคนเดียว รึว่าหาเองไม่ได้ถึงต้องมาคอยแย่งของคนอื่น “ คังแดซองเดินออกมาจากมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นพร้อมกับเอ่ยออกมาลอยๆ เค้าได้ยินทุกคำพูดของรุ่นน้องตรงหน้านี้

“ เฮอะ พวกของรุ่นพี่จียงรึไงกัน “

“ มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ อย่างนายน่ะอย่าคิดเอาตัวไปเปรียบเทียบกับพี่จียงซะให้ยากเลย “ แดซองพูดออกมาพร้อมกับสายตาที่มองร่างตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ ทำไมห๊ะ คนอย่างชั้นมันเป็นยังไง “ ซึงรีถามออกมาด้วยอารมณ์โมโห ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกกันแบบนี้

“ เลว แรด หรือจะร่านดีล่ะ ชั้นชักจะเลือกใช้คำไม่ถูกแฮะ “ คังแดซองพูดพร้อมกับทำทีท่านึกคิด

“ แก!!!!!!!!!!!! “ มือบางกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปน

“ หรือว่าไม่จริง ทำให้คนรักกันเค้าแตกกันได้ นายดีใจมากรึป่าวล่ะ “

“ อยากเป็นแฟนพี่ท็อปจนตัวสั่นเลยรึไง “

“ หน้าตาอย่างนายมันก็ไม่เลวเท่าไหร่หรอกนะ น่าจะพอแก้ขัดได้ถ้าอยาก..... “

“ คังแดซอง!!!!!!! “ ซึงรีปรี่เข้าไปหมายจะทำร้ายแดซอง แต่ก็โดนแดซองจับมือไว้ได้ซะก่อน

“ โถๆๆๆๆ อย่าเสียงดังไปสิครับ เดี๋ยวภาพพจน์ของอีซึงรี ลูกพี่ลูกน้องที่แสนดีของพี่ท็อปจะหายไปซะก่อน “

“ .................... “

“ ถ้าคิดว่าการเอาตัวเข้าแลกของนายจะสำเร็จก็ลองทำดูสิ แต่ชั้นจะบอกให้เอาบุญก็ได้ “

“ ของที่ไม่ใช่ของเราน่ะ ต่อให้พยายามไขว่คว้าแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายก็ไม่สมหวังหรอกนะ หึหึ “ พูดจบก็เดินออกไปทิ้งให้ซึงรียืนน้ำตาไหลอยู่ตรงนั้นคนเดียว

.

.

.

.

.

.
.

เสียงดังอึกทึกถูกส่งออกมาจากเครื่องขยายเสียงคุณภาพดีที่ถูกติดตั้งไว้จนทั่วร้าน เพลงที่ถูกเปิดออกมาแต่ละเพลงล้วนแล้วแต่มีจังหวะเร้าใจชวนให้นักเที่ยวกลางคืนทุกคนออกไปวาดลวดลายที่ฟลอร์เต้นรำเบื้องหน้า จียง ยองเบ และผองเพื่อนในคณะต่างก็มารวมตัวกันที่นี่เนื่องจากคำชักชวนของรุ่นพี่ที่เคารพอย่างรุ่นพี่แทบิน ผับที่มาเที่ยวกันอยู่ตอนนี้ก็คือผับยอดฮิตแถวมหาลัยที่มีเพื่อนของที่แทบินเป็นเจ้าของอยู่ สาเหตุที่ทำให้เด็กสินกำนับสิบกว่าชีวิตอย่างพวกเค้ามารวมตัวกันอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะเป็นการตอบแทนที่วันนี้ทุกคนต่างลงทุนลงแรงมาช่วยงานของคณะกันอย่างขยันขันแข็ง รางวัลที่ได้ก็เลยเป็นลาภงามๆเหมือนกับผลงานที่ได้สร้างไว้นั่นแหละ

“ เต็มที่เลยนะทุกคน มื้อนี้งบไม่อั้น “ สิ้นเสียงประกาศของพี่แทบินก็ตามมาด้วยเสียงเฮของเล่าลิงทโมนทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่จียง

“ เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ “

ยองเบได้แต่ส่ายหน้าอย่างหน่ายๆ ใครๆก็รู้ว่าควอนจียงกับเหล้าเป็นของคู่กัน ลองให้เหล้าเข้าปากมันดูสิ คืนนี้ไม่เมาก็ไม่เลิกล่ะ แต่ระยะหลังๆช่วงปีที่ผ่านมา จียงแทบไม่ได้แตะเหล้าด้วยซ้ำเพราะคำสั่งของคุณแฟนที่รักอย่างซึงฮยอน

“ เพลาๆมือหน่อยนะเว้ย ไอจี ชั้นขี้เกียจแบกแกกลับบ้าน ไหนจะต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดแกอีก “ ยองเบก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูจียง เพราะเสียงที่ดังลั่นขนาดนี้พูดธรรมดามันคงไม่ได้ยิน

“ เออ รู้แล้วล่ะน่า แกเป็นเพื่อนหรือพ่อวะเนี่ยห๊ะ มาๆๆ ชนแก้วววววววว “ บ่นอย่างไม่ใส่ใจอะไรกับคำเตือนของเพื่อน ก่อนจะหันกลับเข้าไปร่วมในวงน้ำเมาต่อ

เฮ้อ ปล่อยๆมันไปซักวันนึงก็แล้วกัน

.

.

.
.

“ โอ๊ะ ขอโทดครับๆ “ เสียงขอโทดที่มีให้ได้ยินตามรายทางดังออกมาจากปากของคังแดซอง รุ่นน้องที่แสนดีที่กำลังพยายามเดินตามรุ่นพี่ให้ทัน

อยู่ดีๆพี่แกก็บอกว่าอยากจะมากินเหล้า ไม่พูดพร่ำทำเพลงคว้ากุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์ได้ก็ลากคอเค้าออกมาด้วยเลย ร้านที่มานั่งกินก็หนีไม่พ้นแถวๆมหาลัยนั่นแหละ แล้วนี่ลากเค้ามาด้วยแท้ๆ แต่ตัวเองกลับเดินลิ่วๆเหมือนมาคนเดียวยังไงยังงั้น ตัวเค้าก็ไม่ได้สูง ขาก็ไม่ยาวเหมือนอย่างพี่ท็อป จะให้เดินให้ทันพี่แกเลยเป็นเรื่องยากอย่างที่เห็น คังแดซองพยายามก้าวขายาวๆ จ้ำเอาๆเพื่อที่จะได้เดินให้ทันคนตัวสูงข้างหน้าๆ แต่พอดีที่ว่าตาตี่ๆที่กำลังสอดส่ายมองไปรอบร้าน ดันไปบังเอิญมองเห็นพี่จียงซะนี่ คังแดซองเลยไม่รอช้าที่จะเรียกพี่ท็อปให้มาดู

“ พี่ท็อปๆๆ นั่นพี่จียง “ ตะโกนเรียกด้วยเสียงไม่เบานัก พร้อมกับชี้นิ้วไปทางคณะของเด็กสินกำด้วยเสร็จสรรพ

ซึงฮยอนหันมาตามเสียงเรียก พร้อมกับแย้มรอยยิ้มออกมาช้าๆ แต่ก็เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น รอยยิ้มที่ว่านั่นก็มีอันต้องเก็บเข้ากระเป๋าไปเลย เพราะภาพข้างหน้าคือภาพที่ทงยองเบกำลังก้มลงไปกระซิบกระซาบอะไรกับจียงก็ไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆคือเค้าชักไม่อยากจะทนกับเหตุการณ์เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อตรงหน้าซะแล้วสิ

ซึงฮยอนทำท่าว่าจะเดินเข้าไปหาจียง แต่ติดที่ว่าโดนคังแดซองขวางเอาไว้ซะก่อน

“ ใจเย็นๆสิครับพี่ ถ้าเกิดพี่วู่วามตอนนี้พี่จียงคงไม่ปลื้มหรอกนะครับ “ แดซองพยายามหว่านล้อมด้วยคำพูด เพราะไม่อยากจะให้มีเรื่องมีราวอะไร

“ ............................. “ ซึงฮยอนไม่ตอบ เพียงแค่ใช้สายตาที่ดูดุดันหันมามองหน้ารุ่นน้องเท่านั้น

“ เหอะน่า เชื่อผมเหอะพี่ เราคอยดูสถานการณ์กันไปก่อนดีกว่า “ แดซองรีบดันหลังรุ่นพี่ให้ไปนั่งที่โต๊ฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มของจียงทันที ซึ่งซึงฮยอนก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด

.
.
.

.

ร่วมสองชั่วโมงที่ซึงฮยอนและแดซองนั่งสังเกตการณ์ไปที่โต๊ะของจียง คนตัวเล็กของเค้าแทบไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีเค้านั่งอยู่ตรงนี้ แถมยังกินเหล้าเอาๆเหมือนกินน้ำเปล่า ซึงฮยอนชักจะเป็นห่วงจียงที่ตอนนี้เริ่มเมาได้ที่ ร่างสูงจะลุกออกไปหาจียงหลายครั้งหลายคราแต่ก็ถูกไอ้รุ่นน้องตัวดีดึงไว้ทุกที รู้อย่างนี้ไม่พามันมาด้วยก็ดีสิ

“ เฮ้ย พอๆ เมาแล้วนะเว้ย “ ยองเบพยายามแย่งแก้วเหล้าออกจากมือของเพื่อนรักที่ตอนนี้มันกำลังจะไม่มีสติ กินเอาๆไม่บันยะบันยังเลยนะ ไอ้จียง

“ ครายมาววะ เอิ๊ก กูม่ายมาวววว “ ร่างบางที่ตอนนี้เริ่มยืนไม่ตรง เซไปซบคนนี้ทีคนนั้นที หันกลับมาตอบยองเบด้วยใบหน้าแดงกล่ำ

เครียดดดดดด มันไม่รู้เลยเหรอว่าแฟนมันนั่งจ้องมาเป็นชั่วโมงแล้วมั้งเนี่ย ขนาดตัวเค้ายังรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาได้เลย

ยองเบกุมขมับพลางส่ายหัว จะหันหน้ากลับไปดูจียงก็พบว่าไอ้เพื่อนตัวดีมันหายไปแล้ว ยองเบหันซ้ายหันขวาก็เหงื่อแตกเมื่อพบว่าควอนจียงตอนนี้ไปปรากฏตัวอยู่บนฟลอร์เต้นรำเรียบร้อยแล้ว แถมลีลาการเต้นของมันยังล่อตะเข้ได้อีก ถ้าคืนนี้มึงไม่ถูกหิ้วกลับไปก็แปลกล่ะวะ

เชวซึงฮยอนเบิกตากว้าง มือแกร่งบีบแก้วเหล้าจนแทบแตกเมื่อเห็นว่าคนรักของตัวเองออกไปเต้นด้วยลีลายั่วยวนขนาดไหน แล้วยังไม่ระวังตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

ร่างแบบบางที่ส่ายสะโพกยั่วยวนอยู่ข้างหน้า มือบางที่ลูบไล้สะเปะสะปะบนร่างกายตัวเอง ลากผ่านเนื้อผ้าบางๆเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าวับๆแวมๆ แสงไฟที่ส่องกระทบผิวหนังยิ่งเผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า

ร่างกายที่เค้าเฝ้าทะนุถนอม ตอนนี้กำลังถูกโลมเลียจากสายตานับสิบคู่ ยิ่งได้ยินเสียงซี้ดซ้าดจากคนรอบข้าง อารมณ์โมโหก็ยิ่งปะทุ จนเมื่อมีมือของใครซักคนแตะเข้ามาที่สะโพกกลมกลึงของจียงนั่นแหละ ความอดทนของเค้าจึงขาดผึง

ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับก้าวออกไปไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวของจียง แขนแกร่งกระชากร่างบางให้เข้ามาหาตัว ก่อนจะซัดผู้ชายที่แต๊ะอั๋งจียงให้ร่วงลงไปกับพื้น พร้อมกับประกาศเสียงดังลั่นว่า

“ นี่เมียกู ใครหน้าไหนก็อย่ามาแตะ!!! “

โปรดติดตามวูบต่อไป

“ นี่เมียกู ใครหน้าไหนก็อย่ามาแตะ!!! “ สิ้นเสียงประกาศก้อง ร่างสูงก็พาเอาตัวจียงออกไปทันที เพื่อนรักและรุ่นน้องที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่อย่างทงยองเบและคังแดซองได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่สุดท้ายยองเบก็เพียงแค่ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวบอกนักท่องราตรีคนอื่นๆให้หันกลับไปสนุกกันต่อ

“ เอาวะ อย่างน้อยๆคืนนี้มันก็ต้องมีได้เสีย “ ยองเบหันไปพูดกับแดซองก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

“ ฮ่าๆๆๆ/ฮ่าๆๆๆ “

.

.

.

.

ซึงฮยอนพาจียงที่เมามายไม่ได้สติกลับมาที่ห้อง ตัวคนเมาก็เอาแต่ร้องหาเหล้าปาวๆทั้งยังไร้สติไร้กำลังอีกต่างหาก จนสุดท้ายซึงฮยอนเลยต้องอุ้มจียงเข้ามาในห้องนอน

ร่างสูงวางร่างบางลงบนเตียงอย่างเบามือ ส่วนตัวเองนั้นก็นั่งลงตรงที่ว่างข้างๆเตียง มือใหญ่เกลี่ยปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าคนตัวเล็กให้อย่างเบามือ ตาคู่คมจับจ้องไปทั่วๆใบหน้า นานแล้วเหมือนกันที่ไม่ได้มองหน้าจียงอย่างนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งคิดถึง แถมเมื่อกี๊จียงของเค้ายังเมาจนให้ใครก็ไม่รู้มาแตะต้อง โกรธจนแทบจะฆ่าคนได้แต่ก็ต้องยับยั้งชั่งใจเพราะมีปัญหาที่จะต้องเคลียร์กับคนตัวเล็กตรงหน้านี้ก่อน

“ ซนนักนะเราน่ะ ฮึ “ ซึงฮยอนดีดลงไปที่หน้าผากของจียงเบาๆ แต่คนที่เมาหลับไปก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด

ร่างสูงหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทางที่น่ารักของจียง ที่กำลังเอามือมาถูๆบริเวณที่โดนทำร้ายเมื่อครู่ ก่อนที่ซึงฮยอนจะตัดสินใจล้มตัวลงนอนพร้อมกับที่แขนแกร่งโอบเอาเอวบางเข้ามากอดไว้ก่อนจะหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนตัวเล็ก

เช้าวันต่อมา

จียงนอนพลิกตัวไปมาด้วยความรำคาญ รำคาญทั้งแสงแดดที่แยงตา รำคาญทั้งมือที่โอบกอดตัวเองเอาไว้จนแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ แต่เอ๊ะ ยองเบมันจะมานอนกอดเค้าเอาไว้ทำไมหว่า? เปลือกตาบางจึงค่อยๆลืมขึ้นมาช้าๆ กำลังจะตะโกนด่าเพื่อนรักที่บังอาจมาใช้เค้าแทนหมอนข้าง แต่พอลืมตาขึ้นมาจริงๆก็ต้องหุบปากฉับ ก็ไอ้คนที่คิดว่านอนกอดตัวเองมันใช่ยองเยซะที่ไหนเล่า นี่มันซึงฮยอนชัดๆ ให้ตายเถอะควอนจียง เมื่อคืนเราเมาจนลืมโลกเลยเหรอเนี่ย

“ นี่ ตื่นสิ ตื่นๆๆๆ ชั้นบอกให้ตื่นได้ยินมั้ย “ ร่างบางแหกปากใส่คนตรงหน้า หวังจะหลุดจากมือปลาหมึกนี่ซะที แต่ก็ไร้ผลเมื่อร่างสูงไม่มีวี่แววที่จะขยับตัวด้วยซ้ำ

“ เชว ซึงฮยอน ชั้นบอกให้นายตื่นได้ยินมั้ยห๊ะ “ คราวนี้ได้ผล เพราะเสียงตะโกนที่เพิ่มโวลลุมขึ้นมาอย่างมหาศาลทำให้เชวซึงฮยอนค่อยๆขยับตัวก่อนจะเปิดเปลือกตามองจียงที่นอนหน้าบูดอยู่ในอ้อมกอด

“ ตื่นแล้วเหรอ หืม “ ซึงฮยอนค่อยๆก้มหน้าลงไปจะสูดความหอมจากแก้มเนียน แต่จียงก็เบี่ยงหน้าหลบ

“ ปล่อยซักที ชั้นจะกลับ “ ร่างบางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ จะกลับไปไหนกันล่ะครับ ก็นี่ห้องของเราไง “ ซึงฮยอนพยายามออดอ้อนจียง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย

“ มันไม่มีคำว่าเราอีกแล้ว ชั้นบอกให้ปล่อย “ คราวนี้จียงหันมาทำหน้าตาจริงจังใส่ซะจนซึงฮยอนยอมคลายอ้อมแขนให้ จียงเตรียมตัวจะลุกออกไปจากเตียงแต่ก็โดนซึงฮยอนคว้าข้อมือเอาไว้

“ เดี๋ยวก่อนสิจียง ชั้นขอโทดนะ ให้โอกาสชั้นอีกซักครั้งได้มั้ย “

“ .......................... “

“ ขอร้องล่ะ ชั้นรักนายนะ จียง รักแค่นายคนเดียว “ ร่างสูงเอ่ยอย่างอ้อนวอนพร้อมกับจับมือจียงให้แน่นขึ้น

“ พอซะที ชั้นไม่อยากฟัง แค่นี้ชั้นก็เจ็บมามากพอแล้ว “ ร่างบางสะบัดมือออกจากการเกาะกุมก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอน แล้วปล่อยให้ซึงฮยอนนั่งอยู่คนเดียว

“ อ้าว พี่จียง ตื่นแล้วเหรอฮะ “ แดซองเอ่ยทักทายพร้อมกับขยี้ตาไปมา

“ อื้อ จะกลับแล้วด้วย “ ร่างบางตอบพร้อมกับเดินไปนั่งข้างๆแดซอง

“ แล้วพี่จะกลับยังไงอ่ะ “ คนตาตี่เอ่ยถาม

“ ก็โทรไปบอกยองเบให้มารับอ่ะ เดี๋ยวมันก็คงมา “

“ อ่อ ก็ดีฮะ “ แดซองยิ้มแป้นให้จียงก่อนจะเดินไปที่ห้องครัว

“ จียงอา ให้ชั้นไปส่งเถอะ “ ซึงฮยอนที่เดินตามออกมาเอ่ยขึ้น

“ ไม่ล่ะ ชั้นไม่อยากให้แฟนนายเข้าใจผิด “ จียงพูดพลางชำเลืองสายตาไปทางซึงรีที่กำลังเดินออกมาจากห้อง

ทางฝ่ายนั้นก็ดูตกใจไม่น้อยที่เห็นจียงมาอยู่ที่นี้ แต่เพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นยิ้มแย้มแจ่มใส

“ หวัดดีฮะพี่จียง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะเนี่ย “ ซึงรีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางเดินมายืนข้างๆซึงฮยอน

“ เมื่อคืนน่ะ “ จียงยิ้มกลับ

“ อ่อ แล้วแฟนพี่เค้าไม่เป็นห่วงแย่เหรอฮะที่พี่มานอนค้างที่นี่ “ ซึงรีถามออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆภายใต้อารมณ์ที่เดือดดาล

“ ซึงรี “ เป็นซึงฮยอนที่ตวาดออกมา

“ อ่อ เป็นห่วงสิ ตอนนี้เค้าก็กำลังจะมารับพี่พอดี “ จียงก็ยังตอบคำถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ จียง “ ซึงฮยอนเรียกชื่อจียงด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ หมายความว่ายังไง แฟนใหม่ของจียงอย่างนั้นเหรอ

คนตัวเล็กไม่ได้สนใจน้ำเสียงตัดพ้อของซึงฮยอนแต่อย่างใด ร่างบางก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม รอคอยให้เพื่อนสนิทอย่างยองเบมารับ แม้จะหงุดหงิดนิดหน่อยที่ต้องเห็นหน้าของซึงรี แต่การที่ได้รู้ว่าซึงฮยอนยังคงรักเค้าอยู่ก็ทำให้พอใจไม่น้อย

“ พี่ซึงฮยอน ผมทำอาหารเช้าไว้ให้พี่แล้ว ไปกินกันเถอะฮะ “ ซึงรีเอ่ยขึ้นพลางเอามือไปกอดแขนซึงฮยอนเอาไว้ แต่ก็ถูกร่างสูงปฏิเสธพร้อมกับเดินหนีไปที่อื่น

“ ซึงรีพี่อยากอยู่คนเดียว “ พูดก่อนจะค่อยๆแกะมือของซึงรีออก

“ พี่ซึงฮยอน “ ซึงรีได้แต่ยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ตรงนั้น พร้อมกับมีสายตาเหยียดๆจากจียงส่งมาให้ จึงได้แต่เดินฟึดฟัดเข้าไปในครัวพอดีกับที่แดซองเดินสวนออกมา

“ อะไรของเค้าหว่า “ แดซองเกาหัวแกรกๆ ตามอารมณ์คนบ้านนี้ไม่ทันจริงๆเล้ย รุ่นน้องตาตี่เดินมานั่งข้างๆจียงก็พอดีกับที่จียงขอตัวไปหาของกินบ้าง แดซองก็เลยปล่อยเลยตามเลยไม่ได้เอะใจอะไร (เพราะมัวแต่สนใจของกินในมือมากกว่า)

.

.

.

.

“ หึ มีความสุขดีมั้ยล่ะ อีซึงรี “

“ เรื่องของชั้น “

“ อ่อเหรอ แต่เท่าที่เห็นเนี่ย ซึงฮยอนเค้าไม่สนใจนายเลยด้วยซ้ำ “

“ แก !!!!!“

“ อะไร หรือว่าชั้นพูดผิด “

“ ไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดนะ “

“ หือ พี่ไม่รู้อะไรงั้นเหรอ น้องซึงรี “

“ ก็...เรื่องนี้ไงล่ะ “ ซึงรีปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนออกมา เผยให้เห็นรอยจูบที่คืนนั้นพี่ซึงฮยอนได้ทำเอาไว้บนตัวของเค้า

“ หึ ตกใจมากรึไง ควอนจียง “

“ ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ชั้นแค่อยากจะเตือนนายเอาไว้ “

“ .................. “

“ ของอะไรที่ได้มาง่ายๆน่ะ เค้าก็ทิ้งกันได้ง่ายๆเหมือนกันนะ “

“ .................. “

“ ยิ่งของที่คุณภาพมันต่ำน่ะ ยิ่งแทบจะอยากใช้แล้วทิ้งเลยล่ะ “

“ แก !!!“ ซึงรีเรียกชื่อจียงด้วยความโกรธแค้น ร่างโปร่งเงื้อมือขึ้นหมายจะเอามือฟาดลงไปบนแก้มใสๆของคนตรงหน้าแต่ก็ถูกจียงจับเอาไว้ได้ซะก่อน

“ หึ คิดจะตบชั้นเหรอ อย่างแกน่ะมันยังเร็วไปร้อยปี “ พูดจบก็นำมือของซึงรีฟาดลงมาที่แก้มของตัวเองอย่างแรง ซึงรีที่ได้สติก็พยายามขืนเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อจียงยังคงบังคับมือเค้าไห้ตบลงไปบนแก้มตัวเองอยู่อย่างนั้น จนแก้มขาวๆเริ่มมีรอยแดงปรากฏอย่างเห็นได้ชัด

“ นี่!!! จะทำอะไรน่ะ หยุดนะ นายมันบ้าไปแล้วเหรอ “ ซึงรีพยายามบอกให้จียงหยุดแต่ก็ไม่เป็นผล

“ หึ บ้า บ้าอย่างนั้นเหรอ แล้วนายจะรู้ว่าคนอย่างชั้นมันบ้าได้ขนาดไหน “

จียงปลดกระดุมเสื้อออกพร้อมกับใช้มือฉีกดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้ขาด ก่อนที่จะร้องตะโกนเรียกความสนใจจากซึงฮยอนและแดซอง

“ อย่านะซึงรี พี่ขอโทด พอได้แล้ว “

“ ซึงรี อย่าทำพี่เลย พี่ขอโทด พี่จะไม่มายุ่งกับซึงฮยอนอีกแล้ว “

เสียงโวยวายที่ดังออกมาจากห้องครัวเรียกความสนใจจากซึงฮยอนและแดซองได้เป็นอย่างดี ทั้งคู่รีบตรงไปที่ห้องครัวทันที

“ เกิดอะไรขึ้น จียง!!! “ ซึงฮยอนถามทันทีที่มาถึง แต่พอหันไปเห็นจียงที่ยืนกุมแก้มร้องไห้แล้วก็ต้องตกใจ แก้มบางๆบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ เป็นอะไรรึป่าว ใครทำนาย บอกชั้นสิ “ ซึงฮยอนรีบเข้าไปดึงตัวจียงมากอดปลอบ

ติ๊งต่อง

เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นทำให้แดซองรีบเดินออกไปจากสถานการณ์ตรงหน้า

“ ฮึก...ฮือ ไม่...ฮึก ไม่มีใคร...ทำชั้นหรอก “ จียงพูดพลางสะอื้นไปด้วยยิ่งทำให้ซึงฮยอนเดือดเนื้อร้อนใจมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนที่สายตาของร่างสูงจะไปหยุดอยู่ที่ซึงรีซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

“ นาย ซึงรี ทำอย่างนี้ทำไม จียงเค้าไปทำอะไรให้ “ ร่างสูงตวาดออกมาด้วยแรงโทสะ

“ พี่ซึงฮยอน ผม ผมไม่ได้ทำนะฮะ พ พี่จียงเค้าทำตัวเองต่างหาก “ ซึงรีละล่ำละลักพูดออกไปด้วยความกลัว

“ โกหก จียงจะทำร้ายตัวเองไปเพื่ออะไร นายไม่พอใจอะไรเค้าถึงได้ทำถึงขนาดนี้ห๊ะ!!! “ คราวนี้ร่างสูงไม่เพียงแค่ตวาด แต่ยังตรงเข้าไปเขย่าตัวของซึงรีอย่างรุนแรง

ซึงรีได้แต่ยืนร้องไห้ ในเมื่อพูดอะไรออกไปซึงฮยอนก็ไม่เชื่อ

“ ซึงฮยอน อย่าทำร้าย ฮึก...ซึงรี น้อง ฮือ...เค้ารักนายมากนะ “ จียงพยายามพูดห้ามซึงฮยอนไม่ให้ทำร้ายซึงรี แต่นั่นกลับยิ่งทำให้อารมณ์โมโหของร่างสูงมีเพิ่มขึ้นไปอีก

“ จะไปปกป้องคนอย่างนี้ทำไม ทั้งๆที่เค้าทำนายเจ็บขนาดนี้ จียง “ ร่างสูงพูดพลางเพิ่มแรงบีบที่ต้นแขนของร่างโปร่งจนต้องนิ่วหน้าออกมา

“ พี่ซึงฮยอน ผมเจ็บ ฮึก “ ซึงรีพยายามแกะมือของซึงฮยอนที่จับอยู่ที่ตันแขนออกแต่ก็ไม่เป็นผล หนำซ้ำร่างสูงยังบีบแขนเต้าให้แรงขึ้นอีก

“ เกิดอะไรขึ้น “ ยองเบที่เพิ่งจะมาถึงถามออกมาด้วยความตกใจ ฝั่งซ้ายก็มีเพื่อนรักยืนกุมแก้มร้องไห้ แถมเสื้อผ้าก็ฉีกขาด ฝั่งขวาก็เป็นซึงฮยอนที่ยืนบีบแขนซึงรีที่ยืนร้องไห้ไม่ต่างจากจียง

“ นี่มันอะไรกันวะเนี่ยไอท็อป “ ยองเบพูดพร้อมกับที่เดินเข้าไปหาจียงก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบ

“ ซึงรีทำร้ายจียง “ ซึงฮยอนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเครียดๆ

“ อะไรนะ “ ยองเบแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง อย่างจียงเนี่ยนะจะโดนทำร้ายได้ขนาดนี้

“ ฮึก ยองเบ พาชั้น อึ่ก...กลับบ้านนะ นะ “ จียงเงยหน้าขึ้นมาบอกยองเบพลางส่งสัญญาณบอกเป็นนัยๆว่าตนเองกำลังเล่นละครอยู่

“ เออๆ ท็อป มึงอย่าทำอะไรรุนแรงนะเว้ย กูกลับก่อนล่ะ “ ยองเบโอบไหล่จียงก่อนจะค่อยๆพาเดินออกไป

พอพ้นจากหน้าห้องซึงฮยอนได้ไม่เท่าไหร่ คนตัวเล็กก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“ ฮ่าๆๆ สะใจชะมัดเลยว่ะ ยองเบ แกเห็นหน้ามันมั๊ย หึ สมน้ำหน้า “ จียงพูดออกมาอย่างพออกพอใจในผลงานตัวเอง

“ ถึงขนาดมึงยอมลงทุนเจ็บตัวเนี่ยนะ บ้าไปแล้วไอจี “ ยองเบส่ายหัวให้กับการกระทำของเพื่อน

“ เอาน่ะ แต่มันก็คุ้มไม่ใช่เหรอวะ อย่างน้อยชั้นก็ได้แก้แค้น อีกอย่างเด็กนั่นมันก็จะได้รู้ซะทีว่าซึงฮยอนน่ะ ไม่มีทางรักมันได้หรอก เฮอะ “ จียงหันมาพูดด้วยแววตาที่เป็นประกาย สีหน้าท่าทางบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขซะเต็มที่ ข่างขัดกับหน้าบวมๆนี่เหลือเกิน

“ เอาเหอะ เรื่องของมึง คราวนี้ไอท็อปมันจะได้ตาสว่างซักที “ พูดจบก็เดินกอดคอออกไปกับจียง

.

.

.

.

“ บอกชั้นมาซิซึงรี นายทำอย่างนั้นทำไม “ ซึงฮยอนที่นั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟาเอ่ยถามซึงรีที่นั่งอยู่ตรงข้าม หลังจากจียงกลับไป แดซองก็เป็นคนเข้ามาห้ามทัพพร้อมกับบอกให้ท็อปค่อยๆพูดค่อยๆจาจะดีกว่า

“ ผมบอกไปแล้ว ผมไม่ได้ทำ “ ซึงรีเถียงกลับ

“ ยังจะปากแข็งอีกเหรอซึงรี หน้าจียงเค้าบวมออกขนาดนั้นนายยังพูดออกมาได้ “ ซึงฮยอนตวาดออกมาอีกครั้ง เค้าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าซึงรีจะเป็นคนแบบนี้

“ หึ ต่อให้ผมพูดอะไรพี่ก็ไม่เชื่อผมหนิ “ ซึงรีเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อ

“ พี่เชื่อนายมามากพอแล้วซึงรี ไม่ใช่เพราะว่าพี่เชื่อในตัวนายหรอกเหรอ พี่ถึงได้เลิกกับจียง “ ร่างสูงทิ้งตัวลงกับโซฟา ปิดเปลือกตาลงก่อนจะพูดออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ พี่ซึงฮยอน “

“ พอซักที พี่เหนื่อยเต็มทีแล้ว “

“ แต่ผมรักพี่ “ ร่างโปร่งเอื้อมมือออกไปแต่ที่มือใหญ่เบาๆ แต่ซึงฮยอนก็ชักมือหนี

“ พี่ไม่เคยรักนาย พี่รักจียงคนเดียวเท่านั้น  “ พูดพลางหันหน้าหนีไปทางอื่น

“ ฮึก..ฮือๆ “

“ ขอโทดนะซึงรี แต่นายตัดใจซะเถอะ “

“ แต่ผมไม่อยากตัดใจ ผมเลิกรักพี่ไมได้ “ ร่างโปร่งพูดออกมาทั้งน้ำตา

“ ถ้านายยังอยากเป็นพี่น้องกับพี่อยู่ก็ทำซะ “ ซึงฮยอนค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ

“ แล้วก็เรื่องที่อยู่ พี่จะโทรไปคุยกับคุณน้าเองเรื่องหาหอใหม่ให้นาย “ พูดจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ซึงรีนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียว

.

.

.

.

โปรดติดตามวูบสุดท้าย

[SF] Who Cares? 2/3

posted on 12 Oct 2010 17:37 by lamild


[SF] Who Cares?

Author : tempgee

Couple : T.O.PXG.D

Rate : NC 20

.

.

.

.

Chapter 2: I don’t want to be your friend

.

.

.

.

.

.

.

ผับหรูใจกลางเมืองเป็นสถานที่สังสรรค์คืนนี้สำหรับเค้าและยองเบ เพื่อนสนิทหุ่นล่ำโทรมาชวนตอนเย็นๆว่าให้ออกมาดื่มอะไรเป็นเพื่อนกันหน่อย ไอเราก็คิดว่ามันอกหักหรือมีปัญหาชีวิต ที่ไหนได้พอเค้ามาถึงมันกลับนั่งทำหน้ายิ้มแป้นทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว มันน่าจับหัวโขกโต๊ะให้เลิกยิ้มจริงๆ

“ ยองเบ ตกลงมึงเรียกกูมาทำไมเนี่ย “ ควอนจียงตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังลั่นสถานเริงรมย์แห่งนี้ เพื่อจะถามไอ้เพื่อนสนิทที่นั่งจิบเหล้าไปหลีสาวโต๊ะข้างๆไป

“ ก็มากินเหล้าเป็นเพื่อนกูไง วันนี้อารมณ์ดี อยู่ด้วยกันก่อนสิวะ “ ยองเบหันมาตอบแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนัก ก่อนจะหันกลับไปเล่นเกมส์ส่งสายตาต่อ ทำเอาควอนจียงต้องระบายลมหายใจทิ้งอย่างหงุดหงิด  หนอย เดี๋ยวกูจะไปฟ้องซึงรี เชอะ

หลายวันมาแล้วที่เค้ากับซึงฮยอนไม่ได้คุย ไม่ได้เจอหน้ากัน หรือไม่แม้แต่จะโทรหากัน  เค้ารู้ดีว่าควรจะปล่อยให้ซึงฮยอนได้มีเวลาส่วนตัวของตัวเองบ้าง และด้วยฐานะที่พึงระลึกอยู่เสมอก็ทำให้ควอนจียงต้องเก็บความรู้สึกคิดถึงปานจะขาดใจที่มีต่อซึงฮยอนเอาไว้ให้ได้ ในเมื่อตนเองไม่ใช่ตัวจริงเป็นแค่เงาของใครอีกคนที่เค้ารักมากก็เท่านั้น

ยิ่งคิดก็ยิ่งพาให้ใจหดหู่ ยองเบที่มันจับอารมณ์เค้าได้ตอนนี้ถึงได้สั่งเหล้ามาให้ตรงหน้ากระมัง แก้วเหล้าทรงสวยกับน้ำสีสดใสที่อยู่ตรงหน้าเรียกความกระหายได้เป็นอย่างดี ร่างบางจึงไม่รอช้าที่จะยกแก้วนั้นมาจิบ ก่อนจะปล่อยให้ของเหลวเหล่านั้นไหลผ่านลำคอสวยผ่านลงกระเพาะไปได้อย่างง่ายดาย

“ ห้ามเมานะมึง “ แหนะ ยังมีมาห้าม ได้ข่าวว่ามึงสั่งให้กูไม่ใช่รึไง จียงหันไปเขวี้ยงค้อนใส่ยองเบก่อนจะตอบรับคำสั่ง

“ เออ!! “

น่าแปลกที่ยิ่งดึกก็ยิ่งมีแต่คนเบียดเสียดเข้ามาในร้านเยอะซะจนดูน่าอึดอัด สายตาหลายคู่เริ่มถูกส่งมาทางโต๊ะที่เค้านั่งอยู่ แต่ก็ไม่เคยมีใครกล้าที่จะเดินเข้ามาทำความรู้จักหรอก แค่เพียงเห็นสีหน้าและแววตาที่เค้าส่งไปให้ก็พากันเดินหายกันไปหมดแล้ว เฮอะ น่าเบื่อจริงๆ           คนตัวเล็กสอดส่ายสายตาไปทั่วๆร้านก่อนตะไปหยุดอยู่ที่คนกลุ่มนึง อันที่จริงแล้วเค้าจะมองเลยไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาสนใจไยดีคนที่ไม่รู้จักมักจี่กันก็ได้ แต่ในกรณีนี้ เห็นทีคงจะไม่ได้แล้วล่ะมั้ง ร่างสูงใหญ่ที่ดูคุ้นตาแม้จะเห็นแค่เพียงแผ่นหลังกว้างแต่คนที่คุ้นเคยกันมานานมีหรือจะจำไม่ได้ จียงมองเลยไปยังแขนเรียวที่เกาะเกี่ยวบนสะโพกของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน มองเห็นคู่รักยืนคลอเคลียหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ไม่ห่าง น้ำตาก็พาลจะไหลเอาเสียดื้อๆ เหตุผลที่ซึงฮยอนเพียรเอามาใช้กับเค้าทุกครั้งที่โทรหาหรือนัดเจอเริ่มผุดขึ้นมาทีละนิด ไม่ว่างบ้างล่ะ ติดโปรเจคบ้างล่ะ นี่คงจะเห็นว่าเค้าโง่มากเลยใช่มั้ย ถึงได้หลอกกันได้ขนาดนี้

“ จียง เป็นอะไรวะ ยืนนิ่งเลยมึง “ ยองเบสะกิดจียงที่นั่งเหม่อมาเป็นเวลานานแต่เหมือนว่าเจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัว สิ่งที่ทำได้ดีคงเป็นการมองตามสายตาที่คนตรงหน้าเอาแต่เพ่งมองไป

“ เฮ้ย นั่นมันไอท็อปนี่หว่า แล้วนั่นมันมากับ...เอ่อ...ดาร่า “ งานเข้าแล้วมั้ยล่ะกู

“ ฮึก... “ ตายห่า จียงมันร้องไห้แล้ว

“ เอ่อ มึง กลับเหอะ ไปๆ เดี๋ยวกูไปส่ง “ พูดพลางเอื้อมมือไปคว้าแขนเพื่อนรักให้ลุกขึ้นยืน แต่จียงกลับสะบัดออกแล้วเดินเข้าไปหาซึงฮยอนแทน

“ เฮ้ย จียง “

.

.
.
.
.
.

.

วันเกิดแฟนทั้งทีซึงฮยอนก็อยากจะทำให้มันพิเศษหน่อย จึงตัดสินใจพาดาร่าและเพื่อนๆมาเลี้ยงกันที่ร้านประจำ เนื่องมาจากช่วงนี้เครียดๆกับงานพอเคลียร์เสร็จปุ๊บก็เลยอยากฉลองปั๊บ วันนี้แฟนของเค้าน่ารักเป็นพิเศษ ร่างบอบบางในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกระโปรงเอวสูงเข้ารูปสีดำที่ยิ่งขับให้ขายาวๆเรียวสวยขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว เค้าจึงอดไม่ได้ที่จะต้องแสดงความรักต่อแฟนสาวต่อหน้าคนอื่นเพื่อเป็นการประกาศไปในตัวว่าคนที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของเค้านั้นมีเจ้าของแล้ว

“ คิก คิก “ ดาร่าหัวเราะคิกคักเมื่อซึงฮยอนก้มตัวลงมาหอมแก้มของเธอ แขนเรียวเล็กเกาะเกี่ยวอยู่ที่ต้นแขนล่ำพร้อมๆกับยืดตัวขึ้นไปจูบปากร่างสูงเบาๆ

“ หืม ยั่วกันรึไงครับ “

“ เปล่าซะหน่อย อย่าสิซึงฮยอน อ๊ะ นั่นมัน จียงไม่ใช่เหรอ? “ ดาร่าที่กำลังหันหนีสัมผัสของซึงฮยอนหันมาเห็นจียงพอดีจึงกวักมือเรียก

“ ไงจียง อ้าว ยองเบก็มาด้วยเหรอ ดีจังเลย อย่างนี้งานวันเกิดดาร่าก็ต้องสนุกมากขึ้นแน่ๆเลย ว่ามั้ยซึงฮยอน “ หญิงสาวหันไปฉีกยิ้มให้แฟนหนุ่มของตัวเองโดยไม่ทันเห็นสีหน้าตกใจของซึงฮยอน

“ แหะๆ พอดีว่าเราจะกลับแล้วน่ะ คงอยู่ร่วมฉลองด้วยไม่ได้ ขอโทดทีนะ “ เป็นยองเบที่พูดออกมาแทนจียงที่ตอนนี้กำลังยืนจ้องหน้าซึงฮยอนอยู่

“ ไปเหอะว่ะ จียง มึงเมามากแล้วนะ “ ร่างบางต้องจำใจเดินออกไปตามแรงฉุดของยองเบ ทั้งๆที่อยากจะพูดกับซึงฮยอนใจจะขาด อยากถามว่าทำไมต้องโกหก ไม่รักกันแล้วรึไง หรือที่ผ่านมามีแค่เค้าฝ่ายเดียวที่คิดไปเอง แต่มันทำไม่ได้ ควอนจียงทำไม่ได้หรอก จะให้ทำร้ายคนที่บริสุทธิ์อย่างซานดาร่าลงคอได้ยังไง

.

.
.

.

“ จียง เดี๋ยว “ ซึงฮยอนวิ่งตามออกมาคว้าแขนคนร่างบางเอาไว้ ก่อนจะดึงจียงเข้ามาในอ้อมกอด ร่างเล็กสั่นเทาจากการสะอื้น

“ ขอโทด ชั้นขอโทด อย่าร้องนะครับคนดี “ นิ้วเรียวสวยเกลี่ยหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นให้พ้นไปจากใบหน้าเนียน

“ ฮึก ปล่อย... ฮือ คนใจร้าย คน...ก...โกหก “ ร่างบางพยายามขืนตัวออกมาจากอ้อมกอดอบอุ่นตรงหน้า อ้อมกอดของซึงฮยอนอบอุ่น แต่ใจของเค้าตอนนี้กลับหนาวไปหมด

“ จียง ฟังก่อนสิ ขอร้องล่ะ “ ยิ่งพยายามจะเข้าใกล้เท่าไหร่ ร่างบางตรงหน้าก็ยิ่งถอยหนีมากขึ้นเท่านั้น ซึงฮยอนได้แต่อารมณ์เสียที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้

“ ชั้นเกลียดนาย ชเวซึงฮยอน ต่อไปนี้เราสองคนไม่รู้จักกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันแม้กระทั่งเพื่อนก็ตาม           !!! “

“ ชั้นไม่ยอม จียง ชั้นจะไม่ปล่อยนายไปง่ายๆ “ สายตาแข็งกร้าวถูกส่งมาจากคนตัวเล็กทันทีที่เค้าพูดจบ

“ หึ แล้วยังไงล่ะ ชั้นไม่อยากเป็นแค่คู่นอนของนาย ได้ยินมั้ย ชั้นอยากจะเป็นคนที่นายรัก เพียงคนเดียว คนเดียวเท่านั้น ซึงฮยอน!!! “ ร่างบางตวาดออกมาเสียงดังจนคนที่อยู่รอบข้างหันมามอง ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปขึ้นรถของยองเบ

“ ชั้นรักนายจียง “

“ ........................... “

“ แต่ชั้น...ก็รักดาร่า “

หมดแล้วความอดทนที่เคยมีมา จียงปล่อยให้ตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยไม่สนใจว่าใครจะมองหรือคิดยังไง เค้ารู้ตัวเองดี ว่ายังไงๆคนอย่างซึงฮยอนก็คงไม่มาเลือกผู้ชายแบบเค้า หมอนั่น รักซานดาร่ามาก ทำไมเค้าจะไม่รู้ แต่ที่ทนฝืนอยู่มาได้จนถึงวันนี้มันก็เพราะความรัก ความรักที่เค้ามีต่อซึงฮยอนนับวันๆยิ่งมีมากขึ้น ไม่เคยจะลดลงไป ความรักของเค้าที่ให้ซึงฮยอนไม่เคยต้องใช้ร่วมกับใคร ไม่เหมือนความรักของซึงฮยอนที่เค้าต้องใช้ร่วมกับคนที่ได้ชื่อว่า แฟน แล้วอย่างนี้ คนที่แค่เคยมีอะไรกัน จะต้องยืนอยู่ในฐานะอะไรล่ะ

.

.

.

.

.

.

.

ทงยองเบ ขับรถมาส่งควอนจียงที่ห้องได้อย่างปลอดภัย เพื่อนสนิทอย่างเค้าจัดแจงจับเจ้าของห้องนอนลงบนเตียงก่อนจะห่มผ้าให้ แล้วคอยอยู่ข้างๆจนจียงหลับไปนั่นแหละ เค้าถึงจะหายเป็นห่วงซักที จียงไม่ได้ร้องไห้หนักๆอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้ว? ตัวเค้าเองก็จำไม่ได้หรอก รู้แต่ว่า เห็นน้ำตาของมันทีไรพาลเอาปวดหัวใจตามไปด้วยทุกที

ความสัมพันธ์ที่เจ้าตัวเพียรรักษามานานแรมปีขาดสะบั้นลงง่ายๆในคืนเดียว ถึงตัวเค้าจะไม่เคยมีประสบการณ์แอบรักแฟนคนอื่นก็เถอะนะ แต่เห็นอย่างนี้แล้วน้ำตามันก็พาลจะไหลตามไปด้วย

ยองเบล้วงโทรศัพท์มือถือที่สั่นเป็นเวลานานแล้วออกมาจากกระเป๋ากางเกง เห็นชื่อคนโทรเข้าแล้วก็ชักอยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง

‘ ซึงฮยอน ‘

แต่ก็ตัดสินใจกดรับ แล้วกรอกเสียงไปด้วยอารมณ์โมโหทันที

“ มึงโทรมาทำไม “

“ กูอยากคุยกับจียง “

“ เหอะ เอาเวลาไปดูแลแฟนมึงเถอะ เพื่อนกู กูดูแลได้ “

“ ขอกูคุยกับเค้าหน่อย ยองเบ “

“ จียงไม่อยากคุยกับมึง “

“ กูขอร้อง “

“ กูไม่ให้โอกาสมึงมาทำร้ายเพื่อนกูอีกหรอกนะ แค่นี้จียงมันก็เจ็บเจียนตายแล้ว ปล่อยมันไปเถอะ “

“ แต่กูรักจียง “

“ แล้วมึงไม่รักดาร่ารึไง “

“ ............................. “

“ มึงปล่อยเพื่อนกูไปเถอะว่ะไอท็อป กูขอร้อง มึงต้องให้มันล้มลงไปต่อหน้าต่อตามึงเลยรึไง มึงถึงจะยอมน่ะ “

“ ........................... “

“ ถ้ามึงยังมายุ่งกับมันอีก กูจะพามันหนี “

“ เฮ้ย เดี๋ยวยองเบ “

“ ตรู๊ด...ตรู๊ด “

.

.

.

.

ชเวซึงฮยอนได้แต่ยืนกุมโทรศัพท์เอาไว้ด้วยความเจ็บใจ

จะพาจียงหนีไปจากเค้างั้นเหรอ หึ ไม่มีวันซะหรอก

ยังไงจียงก็ต้องเป็นของเค้าแค่คนเดียว!!!!

.

.

.

.

.

.

.

ความรักทำให้คนเห็นแก่ตัว

ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักมา

แต่กลับไม่ดูแล ไม่ใส่ใจ

.

.

.

.

น้ำสีอำพันถูกส่งเข้าปากแก้วแล้วแก้วเหล้า แม้จะรู้ว่าฤทธิ์ของมันส่งผลร้ายต่อร่างกายเพียงใด แต่ตอนนี้ซึงฮยอนก็ไม่มีอารมณ์ที่จะมาคำนึงถึงสภาพร่างกายตัวเองหรอก ในเมื่ออารมณ์ร้อนรนที่มันเกิดขึ้นอยู๋ในตอนนี้ ความรู้สึกที่เหมือนจะต้องสูญเสียคนที่รักไปทำเอาร่างสูงแทบคลุ้มคลั่ง ผลที่ได้ก็คือตอนนี้ร่างสูงโดนหิ้วปีกมาส่งที่คอนโดในสภาพเมามายไม่ได้สติ ดาร่าเดินตามเพื่อนๆที่ช่วยพาคนรักของเธอมาจนถึงห้องพัก มือเรียวสวยล้วงหยิบการ์ดจากกระเป๋ากางเกงของซึงฮยอนออกมา ก่อนจะรูดให้ประตูเปิด คนเมาถูกพาไปวางลงบนเตียง ก่อนที่เพื่อนๆจะลากลับ

“ ซึงฮยอนนะซึงฮยอน ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเมาอย่างนี้ก็ไม่รู้ “ แม้จะบ่นคนรักเบาๆ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า หล่อนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเดินไปหากะละมังใส่น้ำพร้อมกับผ้าสะอาดหนึ่งผืน

มือเรียวบรรจงเช็ดไปที่หน้าหล่อเบาๆ ดาร่าปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้ซึงฮยอนสองเม็ดเพื่อให้ร่างสูงหายใจได้สะดวกขึ้น ไล่เช็ดลงมาที่บริเวณซอกคอและแผงอกหนา แม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้เห็นร่างกายกำยำนี้ แต่ก็อดที่จะเขินไม่ได้

ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่ใบหน้าคนนอนหลับด้วยความรักใคร่ก่อนที่จะต้องตกใจเมื่ออยู่ๆคนที่นอนไม่ได้สติกลับลูกขึ้นมาแล้วดึงเธอไปนอนบนเตียง

“ นี่ ซึงฮยอน จะทำอะไร...อื้ออออออออ “ ริมฝีปากสีสวยเคลือบด้วยลิปสติกสีหวานถูกกดทับด้วยริมฝีปากบางจากคนตรงหน้า แม้จะตกใจแต่ดาร่าก็ยินยอมให้ซึงฮยอนได้ทำตาใจตัวเอง

แขนเรียวบางเกาะเกี่ยวอยู่ที่ต้นแขนแกร่งก่อนจะเลื่อนขึ้นไปคล้องอยู่ที่รอบคอ มือหนาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นเกาะกุมมือทั้งสองข้างของดาร่า

ซึงฮยอนละริมฝีปากออกมาก่อนจะค่อยๆขบเม้มลงไปที่ไหล่ลาด ซอกคอ และวกกลับมาจุมพิตที่แก้มปลั่ง

“ อือ ซึงฮยอน อ๊ะ “ เสียงครางหวามเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีสวย เมื่อลิ้นร้อนเลียเข้าที่ซอกคอและรู้สึกถึงแรงกัดที่ติ่งหูเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะอยู่ที่ข้างแก้ม ก่อนที่ซานดาร่าจะต้องเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนรัก

“ จียง ชั้นรักนาย “ ดูเหมือนว่าคนพูดจะไม่ได้มีสติอยู่กับตัวแม้ซักนิด ชเวซึงฮยอนยังคงเมามายไม่ได้สติเหมือนอย่างเคย แต่คนที่มีสติอยู่ตอนนี้กลับอยากหนีออกไปให้พ้นจากความจริง

ดาร่ารู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันๆเล่มทิ่มเข้ามาที่หัวใจ จุกจนไม่มีแม้แต่เสียงร้อง สิ่งที่แสดงถึงความเจ็บปวดได้ดีที่สุดคงมีเพียงแค่น้ำตาที่แย่งกันรินไหลจากดวงตากลมคู่นั้น

ออกแรงผลักเพียงเบาๆ ร่างของชเวซึงฮยอนก็ลงไปนอนที่เตียงเหมือนเดิม คนรักของเธอยังคงไม่ได้สติอยู่เหมือนเคย หญิงสาวตัดสินใจหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไปทันที อย่างน้อยๆก็ขอกลับไปเตรียมใจ ถ้าหากว่าซักวันจะต้องได้รับรู้เรื่องจริงทั้งหมด

.

.

.
.

.

.

.

ถึงแม้เมื่อคืนจะดื่มหนักไปหน่อย แต่ชเวซึงฮยอนก็สามารถตื่นได้รวดเร็ว อาจจะเพราะความกังวลใจที่มีอยู่ จึงทำให้ร่างสูงไม่อยากที่จะนอนหลับต่อไป

ซึงฮยอนอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมตัวที่จะออกไปหาจียง แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาซะก่อน แววตาคมดุปรายมองก่อนจะกดรับ

“ ว่าไงแดซอง “

“ วันนี้มึงจะมาเรียนรึป่าวเนี่ย “

“ ไปสิวะ แต่ขอกูไปทำธุระก่อนแล้วกัน “

“ ธุระอะไรของมึง เมื่อคืนยังไม่พออีกรึไงวะ ฮ่าๆ “

“ เมื่อคืนอะไรวะ “

“ แหม ทำมาเป็นไก๋ “

“ อยู่กับแฟนทั้งคืนมึงจะไม่ทำอะไรเลยรึไงวะ ไอคุณชาย “

“ เมื่อคืน? ดาร่าอยู่งั้นเหรอ “

“ เออดิ นี่อย่าบอกนะว่ามึงไม่รู้อ่ะ ไอควาย “

“ เออๆ งั้นแค่นี้นะมึง ถ้ากูไปไม่ทันก็เช็คชื่อให้ด้วย “

ดาร่ามาเมื่อคืน? เค้ารู้สึกแปลกๆที่จำอะไรไม่ได้ แถมยังสังหรณ์ใจอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เพียงพอจะเก็บมาคิดเพราะสิ่งงเดียวที่รู้ตอนนี้คือการที่เค้าจะไปหาจียง

รถสปอร์ตคันหรูถูกขับออกไปด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงคอนโดของร่างบาง ร่างสูงเดินเข้าไปด้วยท่าทางปกติ เดินเข้าลิฟต์และกดเลขชั้นที่ต้องการ แม้จะหวั่นใจอยู่บ้าง แต่ซึงฮยอนก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องคืนดีกับจียงให้ได้

.

.

.

.

จียงนั่งมองเพื่อนรักที่เอาแต่ส่งสายตาเป็นกังวลมาให้เค้าได้พักใหญ่ๆ แม้จะพร่ำบอกไปว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว แต่ก็ดูว่ายองเบจะไม่เชื่อเลยซักนิด แล้วดูสิ ขนาดไล่กลับบ้านมันยังไม่ยอม

“ กลับไปได้แล้ว กูอยู่คนเดียวได้ “ จียงหันมาพูดเป็นครั้งที่ห้าสิบเห็นจะได้ แต่รอบนี้รู้สึกว่าคนตัวเล็กเริ่มจะโมโหจริงๆแล้วล่ะ

“ ก็กูเป็นห่วงมึงนี่... “ ยองเบพูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนสวนกลับมา

“ กูโตแล้ว “ พูดพร้อมมีออปชั่นเสริมเป็นค้อนวงเบ้อเริ่ม

“ เออๆ ไปก็ได้ แต่มีอะไรต้องโทรหากูนะ “ มันยังจะมาทำขู่

“ เออๆ จะรีบโทรไปเลย “

“ แน่นะ “

“ มึงจะไปไม่ไป “

“ ไปแล้วๆ แม่งดุชิบ “ กว่าจะส่งยองเบกลับไปได้เล่นเอาจียงหมดแรง ร่างบางยืนถอนหายใจพิงประตูหน้าห้องซักพัก ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง

ทำไมเวลาอยู่คนเดียวถึงต้องคิดถึงซึงฮยอนทุกครั้งด้วยล่ะ?

พยายามจะไล่เรื่องที่ทำให้ฟุ้งซ่านออกไปแต่ก็ทำไม่เคยได้ น้ำอุ่นๆเหมือนจะมารวมอยู่ที่ขอบตาอีกแล้วสิ

ติ๊งต่อง

เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ทำเอาจียงส่ายหัวอย่างหน่ายๆ เพื่อนเค้ามันลืมของอะไรเอาไว้อีกแล้วเนี่ย

“ ไง ลืมของเหรอมึ... ซึงฮยอน “ แทนที่จะได้พบกับเพื่อนตัวล่ำแต่กลับกลายเป็นคนที่เค้าไม่อยากเจอที่สุดซะได้ จียงพยายามดันประตูปิดแต่ด้วยแรงที่มีอยู่ไม่มากจึงกลายเป็นว่าตอนนี้ซึงฮยอนเข้ามายืนอยู่ในห้องเค้าเรียบร้อยพร้อมล็อกประตูให้เสร็จสรรพ

“ จียง ชั้นขอโทด “ ซึงฮยอนเดินเข้าไปรวบตัวจียงมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนจะเอ่ยคำขอโทดเบาๆ คนตัวเล็กพยายามขัดขืนแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล

“ ออกไปนะ “

“ ฟังก่อนสิ “ ซึงฮยอนพยายามจับจียงให้หันมาเผชิญหน้ากัน แต่ก็ดูจะไม่ประสบผลสำเร็จในเมื่อจียงยังคงขัดขืนอยู่อย่างนี้

“ ไม่...ฮึก ชั้นบอกให้ออกไป “

“ ออกไปสิคนใจร้าย ปล่อยนะ ปล่อ... ” ริมฝีปากบางประกบลงไปบนริมฝีปากอิ่มทันทีที่หันตัวจียงมาได้ แม้ว่าคนตัวเล็กจะทั้งต่อย ทั้งทุบ ทั้งตี แต่ซึงฮยอนก็ไม่ยอมปล่อย

แขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กขึ้นแล้วพาเดินไปที่ห้องนอน ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยเบานัก ก่อนที่คนตัวสูงจะตามลงมาทาบทับ

แขนแกร่งตรึงแขนเล็กไว้ทั้งสองข้างรวมทั้งกดน้ำหนักลงไปที่ขาสองข้างของจียงด้วย

“ ชั้นรักนายแค่ไหน นายไม่เคยรู้เลยเหรอ ทำไมถึงเอาแต่ปฏิเสธชั้นล่ะจียง “ ซึงฮยอนเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อ แววตาคมนั่นฉายแววเจ็บปวดออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนจียงต้องเบือนหน้าหนี

“ แล้วชั้นไม่เจ็บรึไง ที่รักนายแต่นายก็ไม่เคยมีแค่ชั้น “ น้ำใสๆไหลลงมาทันทีที่พูดจบ

“ จียงอา “ ร่างสูงบรรจงจูบซับน้ำตาให้อย่างเอาใจ ริมฝีปากกดจูบเรื่อยมาตั้งแต่เปลือกตาบางทั้งสองข้าง จมูกรั้น แก้มแดงๆ แล้วมาจบที่ริมฝีปากอิ่ม

“ ให้ชั้นได้รักนายเถอะนะ จียง “ คำขอของร่างสูงพาเอาร่างบางโอนอ่อนคล้อยตามไปได้ง่ายๆ

จียงรั้งซึงฮยอนลงมาให้จุมพิตกับริมฝีปากของตน อ้าปากให้ลิ้นของอีกคนได้เข้ามาสำรวจโพรงปากของตนเองได้เต็มที่ มือแกร่งลูบไล้ไปมาผ่านเสื้อยืดตัวบางก่อนจะสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนียน นิ้วยาวสะกิดไปที่ยอดอกสีชมพูทั้งสองข้าง ริมฝีปากเลื่อนลงมาขบเม้มสร้างรอยรักที่ซอกคอหอม ก่อนที่เสื้อตัวน้อยๆของจียงจะปลิดปลิวไปตามอารมณ์

ซึงฮยอนหันมาดูดเม้มที่ยอดอกข้างซ้าย ในขณะที่มือข้างขวาก็ปรนเปรอให้กับอีกข้าง มือข้างซ้ายเลื่อนลงหยุดอยู่ตรงสะโพกมน  ใช้นิ้วเกี่ยวกางเกงตัวบางออกให้ลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียง

“ อ๊า...ซึงฮยอน...อือ “ จียงแอ่นอกรับสัมผัสที่ร่างสูงทำให้ มือบางจิกเข้ากับที่นอนจนยับยู่ยี่ ก่อนจะต้องผวาเมื่อซึงฮยอนกำลังสัมผัสที่แกนกลางของเค้า ร่างสูงลูบไล้อย่างแผ่วเบาช้าๆ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวลงไปสู่เบื้องล่าง

ริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองไปที่ส่วนกลางลำตัวทันที จียงได้แต่หลับตาปี๋เพราะความเสียว มือบางเคลื่อนมาหยุดที่กลุ่มผมสีเข้มก่อนจะกดให้ซึงฮยอนปรนเปรอตนเองให้มากกว่านี้

นิ้วแกร่งค่อยๆเคลื่อนไปสะกิดที่ช่องทางรักสีสวย กดนิ้วแรกเข้าไปช้าแล้วค่อยแทรกอีกสองนิ้วตามเข้าไป

“ อือ...อึด...อัด...แฮ่ก “ ร่างบางเกร็งตัวด้วยความทรมานที่ถูกแกล้ง การรุกรานจากด้านหน้าและด้านหลังพร้อมๆกันทำเอาเค้าแทบบ้า

“ อย่าแกล้ง...สิ....อ๊า “ เสียงครางดังขึ้นเมื่อซึงฮยอนจงใจกดลงไปที่จุดไวสัมผัส และยิ่งกดย้ำมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อจียงมีปฏิกิริยาตอบรับ

“ อา...ไม่ไหว...อื้อ... “ ส่วนปลายของจียงเริ่มมีน้ำไหลออกมาบ้างแล้ว ซึงฮยอนจึงเร่งจังหวะของปากเพื่อให้ร่างบางปลดปล่อย

“ ซึง...ฮ...ยอน...ชั้น...อือ...อ๊า...อึ่ก “ น้ำรักถูกปล่อยออกมาเต็มโพรงปากของร่างสูงโดยที่ซึงฮยอนก็จัดการกลืนลงไปโดยไม่นึกรังเกียจ จียงนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างพร้อมกับค่อยๆดึงคนรักเข้าไปแลกจูบ ก่อนที่จะถูกซึงฮยอนพลิกกลับให้มาอยู่ที่ด้านบน

“ ทำให้บ้างสิครับ “ เป็นจียงที่ตอนนี้นั่งหน้าแดงเมื่อถูกซึงฮยอนขอร้อง ร่างบางค่อยๆนำมือไปกอบกุมส่วนนั้นที่กำลังแข็งขืนของซึงฮยอน รูดรั้งขึ้นลงจนสุดความยาว

“ อ่า...ดี...อืม “

ก่อนจะค่อยยกสะโพกขึ้นไปเสียดสีอย่างจงใจ มือบางเกาะเกี่ยวอยู่ที่ไหล่กว้างในขณะที่ค่อยจับส่วนนั้นของซึงฮยอนให้มาจ่อที่ปากทางรัก จียงค่อยๆกดสะโพกให้กลืนกินเข้าไปช้า ริมฝีปากบางกัดแน่นด้วยความเจ็บปนเสียว

“ ฮ๊ะ...อา...เจ็บจัง “ ถึงจะพูดอย่างงั้นออกมาแต่จียงก็กลั้นใจกดลงไปจนสุด ร่างบางหอบหายใจด้วยความเหนื่อยก่อนจะค่อยๆขยับสะโพกเบาๆตามการนำของซึงฮยอน

“ อย่างงั้นแหละจียง...ซี้ด “

“ อ่ะ..อา...อื้อ... “

เล็บสวยจิกลงไปที่ไหล่หนาทุกครั้งที่ซึงฮยอนสวนสะโพกกลับมา จียงเริ่มขยับร่างกายให้เร็วขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นชิน ศีรษะแหงนเงยไปด้านหลังเมื่ออารมณ์เริ่มปะทุ เหงื่อกายของทั้งคู่ไหลอาบร่างกายเปลือยเปล่า แม้ว่าอุณหภูมิห้องจะเย็นเพียงใดก็ดูเหมือนว่าจะไม่ช่วยเลย

“ ซึง...ฮยอน ไม่..อ๊ะ..ไหว...อ๊า “ เปนจียงที่เริ่มจะทนไม่ไหวกับความรัญจวนที่ได้รับ ความทรมานเริ่มสร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกายจนหมดแรง ร่างบางพิงไปที่อกแกร่งในขณะที่ยังคงขยับตัวต่อเนื่อง

ร่างสูงจึงพลิกให้ร่างบางเป็นฝ่ายกลับมาอยู่ด้านล่าง ก่อนจะเริ่มคุมเกมส์เองทั้งหมด ขาเรียวสวยถูกยกไปพาดที่ไหบ่ของคนตัวสูงเพื่อให้ขยับกายได้ลึกยิ่งขึ้น ซึงฮยอนขยับตัวกระแทกกระทั้นด้วยความเร็ว ร่างสูงถอนแกนกายออกมาจนเกือบสุดแล้วใส่เข้าไปอีก ทำอย่างนี้หลายครั้งหลายครา ร่างบางๆสั่นไหวไปกับจังหวะรักร้อนแรงที่คนตัวสูงมอบให้

“ อื้อ มัน...ลึก...อ๊า “

“ ซึงฮยอน....เสียว....อึ่ก “

“ อีกนิดนะครับ...อ่า “

ปากของทั้งคู่ประกบกันพร้อมกับแลกลิ้นอย่างดูดดื่ม ซึงฮยอนเร่งปรนเปรอให้จียงด้วยรู้ว่าคนตัวเล็กเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว แรงบีบรัดจากช่องทางด้านหลังของจียงมีมากจนแทบจะทำให้เค้าขึ้นสวรรค์ ซึงฮยอนกัดฟันแน่น กระแทกกายสวนเข้าไปอีกเพียงสองสามครั้งก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกับจียง

“ แฮ่กๆ “ เสียงหอบหายใจของคนตัวเล็กดังขึ้น ขณะที่เค้าลงตัวลงนอนด้านข้าง

มือหนาเกลี่ยปรอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าคนรักให้ไปทัดอยู่ที่ข้างหู ก่อนจะจูบลงไปบนหน้าผากขาวๆนั่น

“ ชั้นรักนาย “ คำรักที่เอ่อยออกมาทำอาร่างบางตื้นตันจนต้องโผเข้ากอด

“ ชั้นก็รักซึงฮยอน “ สองร่างนอนกอดกระชับกันอยู่บนที่นอนอย่างมีความสุข

“ จียง... “

“ หืม “

“ ชั้น...จะเลิกกับดาร่า “

.

.

.

.

.

.

.

To be continued…

 

 

[SF] Who Cares 1/?

posted on 11 Oct 2010 16:19 by lamild

[SF] Who Cares?

Chapter 1 : ผิดที่ฉัน

Author : tempgee

Couple : T.O.PXG.D

Rate : ??

Note : ได้ข่าวว่าเรื่องเก่ายังไม่จบก็เอาเรื่องใหม่มาลงอีกแล้ว ใครอ่านฟิคแล้วฟังเพลงไปด้วยจะดีมากเลย เพลงชื่อว่า ผิดที่เขา – หวาย นะคะ อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

.

.

.

.

.

.

.

ผม...รักเค้า

เค้า...ก็รักผม

เราสองคน...รักกัน

แต่...มันไม่ได้มีแค่เราสองคน

.

.

.

.

รถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอหน้าตึกคณะเรียกความสนใจจากผู้คนได้ทั่วสารทิศ ก็แน่ล่ะสิ ในเมื่อคนที่เดินลงมาเป็นทั้งเดือนคณะรูปหล่อแล้วก็ดาวมหาลัยสุดสวย จะมีใครบ้างที่ไม่อิจฉาในความเพอร์เฟคท์ของคู่รักคู่นี้

เชวซึงฮยอน หรือ ท็อป เดินควงคู่มาที่โต๊ะกลุ่มหน้าตึกคณะ สถานที่นัดพบประจำของกลุ่มเค้าพร้อมกับแฟนสาวสุดสวยที่มีดีกรีเป็นถึงดาวมหาลัย ซาน ดาร่า ท่ามกลางสายตานับสิบๆคู่ที่มีทั้งความอิจฉาปนชื่นชมส่งมาให้ แต่ก็ชินซะแล้วล่ะ ในเมื่อมันก็เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน

“ ไงมึง วันนี้มาซะเช้าเชียว “ ทงยองเบ เพื่อนสนิทหุ่นล่ำกระชากใจทั้งสาวแท้และสาวเทียมเอ่ยทักขึ้นมาก่อน พร้อมกับเดินเข้าไปทักทายตามสไตล์หนุ่มฮิปฮอป

“ นิดนึงว่ะมึง วันนี้ดาร่ามีควิซตอนเช้าก็เลยต้องรีบหน่อย “ ซึงฮยอนตอบคำถามของเพื่อนสนิทก่อนจะหันไปหอมแก้มแฟนสาวฟอดใหญ่ๆ

“ อ๊ะ ซึงฮยอนคนบ้า อายยองเบเค้ามั่งสิ ไม่เอาและ ดาร่าไปดีกว่าค่ะ ขืนอยู่ต่อคงสายแน่ๆ ไว้เลิกเรียนแล้วจะโทรหานะคะ “ ดาวมหาลัยคนสวยหันมาตีต้นแขนแฟนหนุ่มด้วยท่าทีขวยเขิน ก่อนจะกล่าวล่ำลา แต่ก็ไม่วายเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มกลับเป็นการส่งท้าย

เหอะ แล้วเมื่อกี๊หล่อนจะทำเขินไปเพื่ออะไรมิทราบ

ควอนจียงยืนคิดอยู่ในใจ หลังจากเดินมาเห็นบทรักข้างหน้าพอดิบพอดี ขนาดคิดว่ากะเวลามาซะดิบดีแล้วก็ยังจะอุตส่าห์เจอ ให้ตายเถอะ อารมณ์เสียแต่เช้า

“ หลีก “ เสียงแหลมเล็กเอ่ยสั่งห้วนๆ ทำให้ซึงฮยอนกับยองเบที่ยืนคุยกันอยู่เมื่อครู่ต้องรีบหลีกทางให้โดยไว ควอนจียง เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งในกลุ่ม หน้าตาน่ารักปนหวานๆ บวกกับหุ่นที่ผอมบางอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ชาย พ่วงด้วยนิสัยที่ผู้หญิงยังอายทำให้ทั้งซึงฮยอนและยองเบไม่ค่อยกล้าหือเท่าไหร่ถ้าเกิดจียงอารมณ์เสียขึ้นมา และตอนนี้ก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้นซะด้วยสิ

“ หวัดดี จียง ไปกินรังแตนที่ไหนมาแต่เช้าล่ะ หืม “ ยองเบเอ่ยถามยิ้ม เค้าไม่กลัวจียงหรอก อารมณ์นี้อ่ะนะ เห็นได้ชัดว่ากำลังงอนไอ้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆต่างหาก

“ ............................... “ ร่างบางไม่ตอบเพียงแต่เขวี้ยงค้อนวงเบ้อเริ่มกลับไปให้ยองเบ เพื่อนสนิทที่รู้ไปซะทุกอย่างจนอยากจะยกตำแหน่งเพื่อนดีเด่นให้

“ อารมณ์เสียอะไรมาแต่เช้าครับ คนดี “ เป็นซึงฮยอนที่เดินเข้าไปสวมกอดร่างบางจากทางด้านหลังพร้อมกับจูบลงไปที่ขมับเบาๆ อา จียงยังหอมสดชื่นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“ ปล่อย “ จียงดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งที่กอดกระชับแน่นขึ้น

“ เป็นอะไรครับ ยังไม่ตอบเลยน้า “ ปากนุ่มยังคงไล่จูบไปตามใบหน้าของคนตัวเล็กได้เท่าที่สภาพจะอำนวย

“ ไม่เอาน่าซึงฮยอน อึดอัด ปล่อย “ สุดท้ายจียงก็ยอมแพ้ เพราะรู้ว่าดิ้นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ร่างเล็กจึงตัดสินใจหันหน้ามาคุยกับคนตัวโตให้รู้เรื่อง

“ โกรธเรื่องเมื่อกี๊รึป่าว เห็นใช่มั้ย? หรือว่าจะหึง “ ถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ไหนจะสายตาที่เป็นประกายวิบวับนั่นอีกล่ะ ควอนจียงล่ะอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ซะ รู้ทันความคิดเค้าไปหมดทุกอย่าง

“ อย่าหึงเลยน่า ยังไงชั้นก็รักจียงนะ “ พูดพร้อมกับจุมพิตที่ปากบางๆนั่นเบาๆ เรียกรอยยิ้มจากคนในอ้อมกอดได้เป็นอย่างดี

“ อะแฮ่ม นี่พวกแกลืมรึไงว่าไม่ได้อยู่กันสองคน “ เป็นยองเบนั่นเองที่ทนไม่ได้ ยืนสวีทกันไม่ได้เห็นหัวเพื่อนเลยดิ แล้วนี่มันที่สาธารณะนะเฟ้ย ไม่เกรงใจกูก็เกรงใจคนอื่นบ้างเหอะ

“ ไม่ได้ลืม กูแค่ไม่ใส่ใจมากกว่าว่ะ ฮ่าๆๆๆ “ ซึงฮยอนตอบออกมาพร้อมกับกุมมือของคนตัวเล็กให้เดินขึ้นตึกไปด้วยกัน ทิ้งให้ยองเบยืนอารมณ์เสียคนเดียว

.

.

.

.

พวกคุณอาจจะสงสัยระหว่างความสัมพันธ์ของผมกับซึงฮยอน เราสองคนรักกันครับ เพียงแต่ว่าซึงฮยอนเค้ามีแฟนอยู่แล้วและก็ไม่ได้คิดจะเลิกกับเธอคนนั้นด้วย ส่วนตัวผมเป็นคนที่มาทีหลัง ถึงจะรู้จักกับซึงฮยอนมาก่อน แต่ความรู้สึกของผมมันก็ส่งไปถึงเค้าช้ากว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี ถึงจะต้องอยู่ในฐานะที่คลุมเครือแต่ผมก็มีความสุข ที่ได้รู้ว่าเค้ายังรัก ยังแคร์ผมอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนตัวจริงของซึงฮยอนก็ตาม ส่วนเพื่อนสนิทของเราทั้งสองคน ทงยองเบ มันรู้เรื่องนี้มานานแล้วล่ะครับ รู้ตั้งแต่ผมเริ่มชอบซึงฮยอนใหม่ๆ มันคอยช่วยเหลือผมและคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ ไม่เคยบอกว่าผมผิดด้วยซ้ำที่ยอมไปคบกับซึงฮยอนทั้งๆที่รู้ว่าหมอนั่นน่ะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

.

.
.

.
.

.

.

เสียงของอาจารย์บอกเลิกคลาสพร้อมๆกับนักศึกษาที่ค่อยๆทยอยตื่นขึ้นมาทีละคนสองคนหลังจากที่เข้าไปเรียนกันอยู่ในห้วงความฝันเกือบทั้งคาบ ซึงฮยอนก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่พอลืมตาขึ้นมาเห็นจียงกำลังเก็บของปุ๊บก็รีบเดินเข้าไปหาทันที

“ วันนี้เลิกแล้ว ไปไหนกันดีอ่ะ “ เชวซึงฮยอนเข้ามาคลอเคลียจียงเหมือนหมาหวงเจ้าของไม่มีผิด (ในสายตายองเบอ่ะนะ)

“ ไปกินข้าวไง นายไม่หิวเหรอท็อป “ จียงหันหน้ามาตอบพร้อมกับเก็บของใส่กระเป๋าต่อ

“ หิวสิครับ แต่หิวจียงมากกว่าอ่ะ “ มือใหญ่เอื้อมไปหยิบกระเป๋าของร่างบางมาถือให้พร้อมกับเดินจูงมือจียงออกไปจากห้อง

“ หื่น “ หันไปว่าคนข้างๆพร้อมๆกับที่แก้มนิ่มริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

คำพูดที่ช่างสวนทางกับท่าทางเรียกรอยยิ้มจากคนตัวสูงได้ไม่น้อย ก่อนที่ท็อปจะก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้จียงหน้าแดงหนักกว่าเดิม

“ เบื่อว่ะ พวกแกนี่น้า ไปหาห้องซะไป ชิ่วๆ “ เป็นยองเบที่ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากแซวออกมา ก่อนจะได้รับรางวัลเป็นฝ่ามืองามๆประทับเข้าที่ต้นแขนด้วยแรงไม่เบานัก

“ โอ๊ย เขินแรงนะไอ้จี “ แต่ก็ยังๆไม่วายที่จะแซวต่อ

“ รีบๆไปเลยไป ไอเตี้ย “ จียงทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากไล่ รีบๆไปหาแพนด้าเลยไป ไอเพื่อนบ้า

“ เออน่า อย่าหักโหมกันมากนักล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเรียนไม่ไหวซะก่อน ฮ่าๆๆๆๆ “ ยองเบทิ้งท้ายประโยคกำกวมไว้ให้ ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปหาแฟนตัวเองบ้าง

“ สงสัยจะต้องฟังคำเตือนของยองเบซะล่ะมั้ง ไม่งั้นพรุ่งนี้นายคงมาเรียนไม่ไหวแน่ๆ หึหึ “

“ เชวซึงฮยอน!!!!!!!! “

.

.
.

.

รถยนต์คันเดียวกันกับเมื่อเช้าขับเข้ามาจอดที่คอนโดหรูย่านใจกลางเมือง หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ ซึงฮยอนก็พาจียงมาส่งที่คอนโดโดยที่ตัวเองก็ตามขึ้นไปด้วย

“ ทำไมไม่กลับไปที่มหาลัยล่ะ ไม่ต้องรอรับแฟนหรอกเหรอ “ จียงถามขึ้นหลังจากที่ทั้งสองคนย้ายตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องพักเรียบร้อยแล้ว ร่างบางจัดการเอากระเป๋าไปเก็บ เดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำเย็นๆมาดื่มให้ชื่นใจ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลงมาสองเม็ด

“ โถ่ ก็อยากอยู่กับจียงนี่ นายก็แฟนชั้นเหมือนกันนะ “ ท็อปเดินเข้ามาออดอ้อนจียงทันที ยิ่งเห็นคนตัวเล็กปลดกระดุมเสื้อแบบนี้ยิ่งจะอดใจไม่ไหวซะแล้วสิ

“ นึกว่าจะลืมไปแล้วซะอีก “ ร่างบางส่งเสียงออกมาอย่างตัดพ้อ

“ หือ ลืมอะไรครับ ลืมจียงน่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอก ก็แฟนทั้งคนนี่นา “ พูดปลอบพร้อมกับโยกตัวคนตัวเล็กเบาๆ ช่วงนี้เค้าไม่ค่อยมีเวลาให้จียงเท่าไหร่นัก ไม่แปลกที่จียงจะน้อยใจ

ร่างบางค่อยเบียดตัวเข้าไปซุกกับอ้อมกอดอบอุ่น ยอมรับเลยว่าตอนนี้เค้าคิดถึงสัมผัสมากๆ อยากจะอยู่แบบนี้ไปนานๆจัง

“ รักนายนะ “ ท็อปพูดพร้อมกับกดจูบลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม

“ อื้อ รักท็อปเหมือนกัน “ คนตัวเล็กพูดตอบ ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง รอรับสัมผัสจากคนตรงหน้า

ริมฝีปากนุ่มประทับลงไปบนริมฝีปากบางด้วยความโหยหา ก่อนจะค่อยๆบดเบียดลงไปเพิ่มขึ้น ลิ้นร้อนแทรกลงไปกวาดเก็บความหอมหวานอย่างเชื่องช้าก่อนจะเร่งจังหวะเปลี่ยนเป็นร้อนแรงหนักหน่วง มือบางเอื้อมขึ้นไปโอบรอบคอร่างสูง ยึดไว้ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นเพราะแรงอารมณ์ที่คนตัวสูงมอบให้

ท็อปค่อยๆช้อนตัวจียงขึ้นมาจากพื้นพาเดินเข้าไปในห้อง ค่อยๆวางร่างบางลงกับเตียงทั้งๆที่ปากของทั้งคู่ก็ยังคงไม่ห่างจากกัน ผละจูบออกมามองดวงหน้าหวานๆที่ตอนนี้แดงระเรื่อ ก่อนจะค่อยๆก้มลงไปซุกไซร้ที่ซอกคอขาว เรื่อยลงมายังยอดอกอิ่ม เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมออกอย่างรวดเร็วถูกเขวี้ยงทิ้งลงไปอยู่ที่พื้นข้างเตียงอย่างไม่มีใครสนใจใยดี ปากอุ่นเข้าครอบครองติ่งไตสีชมพู ลิ้นร้อนไล่วนสร้างความเสียวซ่าน ขบกัดเบาๆเรียกเสียงครางหวานหู ในขณะที่มืออีกข้างก็เค้นคลึงข้างที่ว่างอยู่จนแข็งเป็นไต จียงนอนบิดกระสับกระส่ายด้วยความเสียง กัดปากกลั้นเสียงครางเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์ แต่ก็ต้องหลุดเสียงออกมาเพราะคนด้านบนที่ตอนนี้กำลังลากมือสัมผัสส่วนอ่อนไหวกลางลำตัว กางเกงยีนตัวเก่งค่อยๆถูกถอดออกอย่างไม่เร่งรีบ ท็อปเงยหน้าขึ้นมามองจียง ที่ตอนนี้กำลังส่งสายตาเว้าวอนมาทางเค้า

“ สวยจัง จียงของชั้น “

“ อือ...ท็อป อ๊ะ “ จียงหลุดเสียงครางออกมาอีกครั้งเมื่อคนตัวสูงก้มลงไปครอบครองส่วนอ่อนไหวของเค้าด้วยปาก ลิ้นร้อนๆกำลังปรนเปรอจนตรงนั้นขยายขึ้น จียงจิกมือลงกับที่นอนอย่างสุดกลั้น ขาเรียวเล็กเกร็งจิกกับที่นอน

“ อ๊า ตรงนั้น อื้อ เร็ว...อีก อ๊ะ อ๊ะ “

“ ท็อป อื้อ ไม่ไหว “

“ ฮ๊า ท็อป อีก... อือ “

ร่างบางยังคงส่งเสียงครางออกมาเป็นระยะพร้อมๆกับจังหวะที่คนตัวสูงตั้งใจเร่งให้เร็วขึ้น ใช้เวลาไม่นานร่างของจียงก็กระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาเต็มปากของร่างสูง

“ แฮ่ก แฮ่ก อือ ท็อป “ ร่างบางที่ตอนนี้นอนส่งสายตาฉ่ำเยิ้มมาให้เค้า ช่างดูยั่วยวนจนอดใจไม่ไหว ท็อปก้มลงไปประกบปากกับร่างบางก่อนจะค่อยนำส่วนที่แข็งขืนของตนไปเสียดสีกับปากทางสีชมพู

“ จียงอา....พร้อมรึยังคนดี “ พูดพลางขบเม้มไปตามร่างกายให้เกิดร่อยรอยสีกุหลาบฝากไว้ทุกที่ที่ริมฝีปากลากผ่าน

“ อื้ม เข้ามาสิ อา “ จียงประคองใบหน้าคมเข้มเข้ามาจูบก่อนจะต้องผวาเกาะไหล่ของร่างสูงเพราะ ส่วนที่แข็งขืนนั้นถูกใส่เข้ามาในตัวเข้าช้า

“ จียง อย่าเกร็งนะ อ้าขาออกอีกนิด นั่นแหละ “ เป็นคนตัวสูงที่ค่อยจับขาบางแยกออกให้กว้างขึ้น เค้าจะได้เข้าไปสะดวกๆ ท็อปแช่ส่วนนั้นค้างไว้ซักพักก่อนจะเริ่มขยับตัว

“ อื้อ ท็อป แรงอีก “ ขาเล็กเกี่ยวกระหวัดเข้าที่เอวของร่างสูง เหนี่ยวรั้งให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น

“ จียง อ่า “

“ อ๊ะ ตรงนั้น อื้อ “ เสียงครางหวานหูผสมปนเปไปกับเสียงเสียดสีกันของร่างกายท่อนล่าง เตียงขนาดควีนไซส์สั่นไปตามแรงขับเคลื่อนของคนทั้งสอง มือเล็กจิกเข้าไปที่แผ่นหลังกว้างเทื่อคนด้านบนเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้น แค่เพียงไม่นานท็อปก็ปลดปล่อยของเหลวอุ่นเข้าไปในช่องทางรักของจียง พร้อมๆกับที่คนตัวเล็กก็ปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องของร่างสูงเช่นกัน

ท็อปจูบลงไปที่ริมฝีปากบางเบาๆอีกครั้งก่อนจะถอนตัวออกมาจากร่างบางช้า

“ หลับซะนะครับ “ พูดก่อนจะเดินเข้าไปชำระตัวในห้องน้ำ

จียงปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้า แต่ตัวเค้าก็ไม่ได้หลับไปอย่างที่ท็อปบอกจริงๆหรอก ร่างบางนอนรอจนกระทั่งคนตัวสูงเดินออกมาจากห้องน้ำ ออกมาแต่งตัวข้างนอก พร้อมกับกดรับโทรศัพท์ที่แผดเสียงขึ้นมา

“ ครับ คนสวย “

“ โอเคครับเดี๋ยวไปรับ “

“ อยู่หอเพื่อนน่ะ ไม่นานหรอก “

“ อาฮะ แล้วเจอกันครับผม “

บทสนทนาสั้นๆแต่ก็ชวนให้ปวดใจเมื่อได้ฟัง แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อตัวเค้าก็เป็นคนเลือกเองทั้งนั้น

ท็อปเดินมานั่งลงที่ข้างเตียง มือใหญ่ลูบหัวผมเบาๆก่อนจะส่งยิ้มให้

อา....ผมไม่อยากให้เค้าไปเลย

“ ต้องไปแล้วล่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ “ เค้าก้มลงจูบที่แก้มผมแผ่วเบา

“ รักนายนะ จียง “ คำว่ารักที่เค้ามอบให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ชั้นก็รักนาย แล้วก็อยากให้นายรักชั้นคนเดียวด้วย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกจริงมั้ย?

น้ำตาเม็ดหนึ่งค่อยๆกลิ้งลงมาผ่านแก้มใสก่อนจะร่วงหล่นลงสู่หมอนใบโต

แต่มันจะผิดที่ใครล่ะ ในเมื่อคนที่เลือกที่จะเป็นอย่างนี้ก็คือตัวเค้าเอง

.

.

.

.

To be continued…

[SF] นอกใจ 2/4

posted on 11 Oct 2010 16:14 by lamild

[SF] นอกใจ

Starring : TempoXGD

Authur : tempgee

Rate : ???

Note : ตั้งใจจะให้เป็นฟิคสั้น แต่ทำได้รึป่าวนั้น ไม่รู้อ่า (วิ่งหนี ฟิ้วววววววววววว)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

.

.

.

.

พื้นฐานของความรักคืออะไร? ถ้าเป็นเมื่อก่อนตัวเค้าคงตอบออกมาอย่างไม่ลังเลว่าพื้นฐานของความรักนั้นก็คือความเชื่อใจ แต่เป็นตอนนี้คงจะยากถ้าให้ควอนจียงกลับไปคิดเช่นวันเก่าๆ เพราะแม้แต่คนรักกัน คบกันมาตั้งนานยังไม่มีความเชื่อใจให้กัน คำพูดมันก็แค่ลมปาก การกระทำต่างหากที่สามารถบอกอะไรเราได้ชัดเจนยิ่งกว่า เจ็บที่ต้องเลิกกับซึงฮยอนคงเป็นไรที่ไม่สามารถหาคำมาอธิบายเป็นคำพูดได้ แต่เจ็บยิ่งกว่าที่ซึงฮยอนไม่เชื่อใจเค้า สายตาเป็นห่วงเป็นใยมีให้เด็กคนนั้นไม่ใช่เค้า สายสัมพันธ์ที่ร่วมสร้างด้วยกันมา จะให้เค้าตัดมันลงง่ายๆตอนนี้คงทำไม่ได้ แม้ปากจะบอกเลิกแต่ในเมื่อใจมันยังรัก จะไปห้ามอย่างไรไหว นั่งทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ลมที่พัดผ่านเข้ามาทางระเบียงห้อง แม้จะเย็นสบายแต่ไม่ได้ช่วยให้ใจดวงนี้สงบลง น้ำตาที่ไหลเมื่อตอนนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังคงไหลอยู่

“ จียง มึงอย่าเป็นแบบนี้เลยว่ะ “ เสียงของเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆเค้ามาเป็นเวลานานเอ่ยขึ้น ทงยองเบอยู่ข้างกายเค้ามาตลอดเพียงแต่ตัวเค้าทำเป็นเพิกเฉย อยากอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครเห็นความอ่อนแอ แต่เพื่อนของเค้ามันคงเป็นห่วง ไม่อย่างนั้นคงกลับไปตั้งนานแล้ว

จียงทำแค่เพียงเบือนหน้ามามองเพื่อนรัก ก่อนจะหันกลับไปหยุดสายตาที่จุดๆเดิม

“ กูไม่รู้จะทำยังไงต่อไป กู... กู “ ร่างบางพูดพลางส่ายหน้า มือบางที่เคยประสานกันอยู่ที่หน้าตักยกขึ้นมากุมศีรษะไว้อย่างหลวมๆ เหมือนคนไร้ทางออก

“ มึงต้องเข้มแข็ง อย่าให้ใครมาดูถูกมึงอีก “ จียงเงยหน้าขึ้นมองคนที่บีบหัวไหล่เค้าอย่างให้กำลังใจ

“ พรุ่งนี้มึงต้องกลับมาเป็นควอนจียงคนเดิม เป็นคนที่ไม่เคยแพ้ใครและจะไม่ยอมแพ้ด้วย “

“ ยองเบ “

“ ส่วนเรื่องไอ้ซึงฮยอนกูจะช่วยมึงเอง “

.

.

.

.

.

.

.

“ พี่ซึงฮยอนฮะ “ ซึงรีเอ่ยเรียนคนตัวสูงที่นั่งเหม่อมาร่วมชั่วโมง หลังจากกลับมาจากมหาลัย ณ จุดเกิดเหตุ พี่ซึงฮยอนก็ช่วยประคองเค้าไปที่รถก่อนจะขับกลับมาที่คอนโด แต่ไม่คิดว่าพอถึงคอนโดแล้วพี่ซึงฮยอนจะกลายสภาพเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง แค่เลิกกับแฟนไม่เห็นต้องนั่งทำหน้าเหมือนจะตาย มีเค้าอยู่ด้วยทั้งคน แค่แป๊บเดียวก็คงจะลืมควอนจียงอะไรนั่น

“ อะไรเหรอ ซึงรี ตอนนี้พี่อยากอยู่คนเดียว “ ตอบออกไปโดยไม่ได้หันไปมองหน้าคนข้างๆ ซึงฮยอนจึงไม่ทันเห็นสีหน้าของลูกพี่ลูกน้องคนดีว่าทำสีหน้าออกมาได้ร้ายแค่ไหน

“ แต่พี่ซึงฮยอนกำลังรู้สึกแย่แบบนี้ อย่าอยู่คนเดียวเลยฮะ ให้ซึงรีอยู่เป็นเพื่อนเถอะ “ ซึงรีขยับตัวเข้าไปใกล้ซึงฮยอนมากขึ้น โซฟาที่ดูไม่ใหญ่มากจึงดูกว้างไปถนัดตาเมื่อผู้ใช้เลือกที่จะไปนั่งชิดกันแค่มุมหนึ่ง มือบางเอื้อมเข้าไปจับมือของซึงฮยอนไว้ก่อนจะยกมาวางไว้บนตักตนเอง

“ ซึงรี “ ร่างสูงเอ่ยออกมาเบาๆพร้อมกับจะชักมือกลับ แต่พอหันมาเห็นซึงรีที่นั่งข้างๆกำลังมีน้ำตาเปรอะอยู่เต็มใบหน้าจึงเลือกที่จะใช้มืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้

“ อย่าร้องไห้เลย พี่ไม่สบายใจนะ “ พูดพลางลูบหัวร่างโปร่งเบาๆด้วยความเอ็นดู

“ ฮึก... ผม ... ขอโทดฮะ “

“ ที่พี่กับพี่ ... ฮึก... จียงต้องเป็น... อึ่ก แบบนี้ก็เพราะผม “

“ ถ้าไม่มีผมอยู่ พ... พวกพี่ก็คงไม่ต้องทะเลาะกัน ฮือออ “ ซึงรีพูดจบก็ปล่อยโฮออกมาทันที ซึงฮยอนที่อยู่ข้างๆก็ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงดึงตัวซึงรีเข้ามากอดปลอบ

“ อย่าโทดตัวเองสิ มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น รู้มั้ย “  ซึงฮยอนเอ่ยออกมาเรียบๆ ทั้งๆที่ตัวของเค้ารู้ดีว่ามันคงเป็นความผิดใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ตัวเค้า

“ แต่ว่า... “

“ ซึงรี “ ร่างสูงเอ่ยปรามออกมาด้วยน้ำเสียงดุๆ ซึงรีเลยยอมเงียบและร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเค้าต่อไป

ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกผิด

ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ

ไม่ใช่ว่าไม่รักกัน

แค่เห็นน้ำตาของจียง ความรู้สึกผิดก็เข้ามาเกาะกุมทั้งใจเค้า

แค่คิดว่าตัวเองได้ลงมือทำร้ายคนที่รักไปด้วยมือของเค้าเอง ก็อยากจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดมาไว้ที่เค้าคนเดียว

ไม่อยากจะรับความจริงว่าจียงกับเค้าเลิกกันแล้ว คนรักกัน เลิกรักกันได้ง่ายอย่างนี้เชียวเหรอ เค้าไม่เชื่อหรอกว่าจียงจะเลิกรักเค้าเพียงแค่ผ่านไปคืนเดียว ในเมื่อตัวเค้าทำไม่ได้ ต่อให้เชวซึงฮยอนคนนี้ตายก็เลิกรักควอนจียงไม่ได้

ซึงฮยอนนั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ซึงรีขยับตัว น้องนอนหลับไปแล้ว เค้าจึงตัดสินใจที่จะอุ้มซึงรีเข้าไปในห้องนอน

ซึงฮยอนวางซึงรีลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะจัดแจงห่มผ้าห่มให้ สำรวจความเรียบร้อยให้เสร็จสรรพเพื่อความสบายตัวของคนนอน สายตาคมจ้องมองดวงหน้าหวานของร่างตรงหน้าไม่วางตา เผลอคิดไปถึงคนน่ารักที่นอนด้วยกันทุกคืน ซึงรีน่ารัก ดึงดูดใจไม่แพ้จียงเลย มีเสน่ห์จนเค้าเผลอก้มหน้าลงไปใกล้เรื่อยๆ จนเห็นถึงแพขนตาหนาที่เรียงตัวกันอยู่ตรงหน้า ใกล้จนไม่รู้สึกตัวว่าตอนนี้แทบไม่เหลือช่องว่าง

“ พี่ซึงฮยอน “ เสียงของซึงรีเอ่ยเรียกชื่อ ปลุกร่างสูงให้ตื่นจากภวังค์ แต่ก็ยังคงไม่ได้ถอยตัวห่างออกมา มีเพียงสีหน้าที่แสดงถึงความตกใจ ไม่คิดว่าซึงรีจะตื่นขึ้นมา

วงหน้าคมที่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบทำให้เค้าสามารถตัดสินใจที่จะทำอะไรได้อย่างง่ายดาย ในเมื่อโอกาสมายื่นให้ถึงมือ ถ้าคนอย่างซึงรีไม่คว้าเอาไว้คงจะแปลกยิ่งนัก พี่ซึงฮยอนกำลังอ่อนแอ การฉวยโอกาสเล็กๆน้อยๆอาจจะทำให้อะไรๆง่ายขึ้นกว่าเดิม

ซึงรียื่นมือออกไปสัมผัสที่แก้มของซึงฮยอนแผ่วเบา เรียกชื่อคนที่คร่อมอยู่บนตัวเค้าที่กำลังเหม่อเหมือนไม่ได้สติ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าไปหา ริมฝีปากบางประทับลงไปบนริมฝีปากอิ่มช้าๆ ค่อยๆกดน้ำหนักลงไป ก่อนจะจูบย้ำซ้ำๆจนรู้สึกได้ว่าซึงฮยอนจูบตอบกลับมา ร่างสูงบดเบียดริมฝีปากอย่างหิวกระหาย ก่อนจะค่อยๆแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปาก ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรุนแรง ฉกชิมรสชาติจากริมฝีปากบางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือเล็กขยุ้มที่ปกคอเสื้อของร่างสูง รสจูบของพี่ซึงฮยอนให้ความรู้สึกวาบหวามกว่าที่คิดเอาไว้มาก แต่แม้อยากจะยื้อจูบนี้ไว้มากเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ เมื่อซึงฮยอนค่อยๆถอนจูบออกเมื่อพบว่าเค้าหายใจไม่ทัน

ซึงรีอ้าปากหอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก แก้มเนียนแดงระเรื่อง แววตาสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ ปรารถนาที่จะครอบครองทั้งตัวของพี่ชาย

ซึงฮยอนก้มลงมาจูบที่ปากร่างโปร่งอีกครั้ง แขนเรียวเกาะเกี่ยวคล้องไว้ที่คอของร่างสูง การกระทำที่ขาดสติและการยับยั้งชั้งใจยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ร่างสูงละจากริมฝีปากบางลงมาที่ซอกคอขาว กดจูบลงไปจนเกิดร่องรอยสีชมพูช้ำ เสียงครางดังหวานหูยังมีต่อเนื่องไม่ขาดสาย มือหนาค่อยๆสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบาง เคลื่อนเข้าไปถึงยอดอกแล้วลงมือบดขยี้เบาๆ ส่งผลให้ร่างข้างใต้ต้องบิดตัวด้วยความเสียวซ่านก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการใช้ปากครอบครอง  ลิ้นร้อนดูดดุนยอดอกจนแข็งเป็นไต สองมือก็ค่อยเคลื่อนต่ำลงไปเบื้องล่างถึงกางเกงขายาวรัดรูป ปลดเข็มขัดและกระดุมออกก่อนจะคอยรั้งลงไปจนถึงข้อเท้า ซึงรีเชิดหน้าขึ้น อุณหภูมิทั่วร่างกายเพิ่มสูง ความเสียวกระสันวิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง จนต้องกัดปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อมือของร่างสูงเริ่มเข้ามาสัมผัสโดนส่วนอ่อนไหว

“ อ๊ะ พี่ซึงฮยอน ผม อื้อ “ เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นเรียกสติให้กลับมายังตัวเอง เชวซึงฮยอน หยุดการกระทำทุกอย่างแล้วลุกขึ้นมายืนข้างเตียง พลางมองร่างของซึงรีที่ตอนนี้แทบจะเปลือยเปล่าเนื่องมาจากอารมณ์ชั่ววูบของเค้าเอง

“ ซึงรี พี่ “ ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆเพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร เค้ากำลังทำอะไรลงไป คนตรงหน้าเป็นถึงลูกพี่ลูกน้อง นี่ถ้าไม่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของซึงรี ป่านนี้เค้าก็คง...

“ พี่ซึงฮยอน “ ซึงรีจ้องมองร่างสูงของซึงฮยอนอย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆที่เมื่อกี๊กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่แท้ แต่ตอนนี้พี่ชายของเค้ากลับมายืนทำหน้ารู้สึกผิดอยู่ข้างเตียง

“ พี่ขอโทด ซึงรี พี่ไม่ได้ตั้งใจ “

“ พี่ซึงฮยอน!!!!! “ ร่างโปร่งตวาดออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด มาขอโทดอย่างนี้อย่าบอกนะว่าที่ทำให้เค้าเกิดอารมณ์ขึ้นมาอยู่อย่างนี้แล้วจะไม่รับผิดชอบ

“ พี่จะไปนอนที่อื่น ลืมๆเรื่องนี้ไปซะ ถือซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น “ พูดจบก็ผลุนผลันเดินออกจากห้องไป ทิ้งซึงรีที่กำลังอึ้งให้ต้องโมโหจนหันไปพาลกับข้าวของใกล้ๆมือ

“ หึ อย่าคิดนะว่าผมจะทำให้พี่เป็นของผมไม่ได้ พี่ซึงฮยอน “

.

.

.

.

โปรดติดตามวูบต่อไป